ู่ออกอาการโศกศัลย์เมื่อได้ฟัง แต่เพราะผู้อาวุโสถาม กลับทำได้เพียงกำมือแน่น ตอบตามความจริงว่า “บ้านข้าอยู่ในเมืองนี้ เมื่อหลายวันก่อนข้ากับลูกสาวออกไปหาสมุนไพร จู่ๆ ฝูงมดก็บุกเมือง พ่อแม่ลูกเมียข้าสิ้นในปากมด แค้นนี้ข้าต้องชำระ!”
“ได้ยินว่าในเขตเมืองหงเย่ พรรคหนึ่งเดียวที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อต่อต้านฝูงมดคืออารามอัมพร ข้าคิดว่าฝูงมดถอยออกจากเมืองแล้ว จึงอยากกลับไปเอาของกับอาวุธที่บ้าน มุ่งหน้าสู่อารามอัมพร แต่ไม่คิดเลยว่าเผ่าพันธุ์มดจะซ่อนตัวอยู่ที่นี่…”
ขณะที่พูด ความเจ็บใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหลิวหู่ เห็นได้ชัดว่ารู้สึกละอายในความโง่เขลาของตัวเอง
ผู้อาวุโสคนนั้นพยักหน้า ถอนหายใจเบาๆ “เผ่าพันธุ์มดโหดเหี้ยมเลือดเย็น นับตั้งแต่สะพานหมอกขาวดำปรากฏขึ้น ก็สร้างบาปกรรมกับมนุษย์อย่างท่วมท้น เป็นศัตรูของนักพรตอย่างเราอยู่แล้ว ข้าก็ตั้งใจจะเข้าร่วมอารามอัมพร ร่วมเดินทางกับพวกเจ้า เข้าร่วมงานกำจัดเผ่าพันธุ์มดด้วย”
ดวงตาของหลิวหู่มีประกายเพิ่มขึ้นหลายส่วน “ผู้อาวุโสจะเดินทางไปกับพวกเราด้วยหรือ”
หากมีผู้อาวุโสที่มีวรยุทธ์แก่กล้าร่วมเดินทาง หนทางที่พวกเขามุ่งหน้าสู่อารามอัมพรก็จะปลอดภัยขึ้นเป็นอย่างมาก
ผู้อาวุโสพยักหน้ายิ้มๆ “แต่ข้าไม่รู้ทาง วานพวกเจ้าช่วยนำทางสักหน่อย”
“ได้เลยๆ” หลิวหู่พยักหน้ารัว
“ขอบังอาจถามผู้อาวุโสมีชื่อว่าอะไรหรือ”
“ข้าชื่ออันหลิน”
“อ้อ ผู้อาวุโสอันหลิน! อารามอัมพรอยู่ทางตะวันต