ต่เสี่ยวหงที่วันๆ ไม่ทำอะไร รู้แต่เพียงสังเคราะห์แสงก็เช่นกัน ในบ่ายวันหนึ่งที่แสงแดดเจิดจ้า ขณะที่มันกำลังร้องเพลงสังเคราะห์แสง ‘เจ้ากังหันหมุนติ้ว’ ทะลวงเข้าสู่ระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณ…
มีเพียงเจ้านายของพวกมันที่ยังย่ำอยู่กับที่
อืม…เขาเป็นคนที่มีระดับพลังยุทธ์ต่ำที่สุด
ไม่ใช่เพราะอันหลินไม่มีพรสวรรค์ แต่เป็นเพราะดูเหมือนว่าเหล่าสัตว์เลี้ยงของเขาจะมีพรสวรรค์เหนือธรรมชาติไปหน่อย
ในระยะเวลานี้ สวีเสี่ยวหลานเองก็ทะลวงเข้าสู่ระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณแล้ว
การทะลวงที่รวดเร็วเหมือนพุ่งทะลุฟ้าเช่นนี้ หากอันหลินบอกว่าไม่ร้อนใจนั้นเป็นไปไม่ได้ แต่สิ่งที่เขาทำได้ เหมือนว่าจะมีเพียงวิธีที่ตั้งใจบำเพ็ญเพียร ก้าวหน้าขึ้นทุกวันเท่านั้น
บางวันเขายังวิ่งไปถามสวีเสี่ยวหลานว่า ทำอย่างไรจึงจะรู้ความก้าวหน้าในการบำเพ็ญเพียรของตัวเอง จากนั้นสวีเสี่ยวหลานก็บอกให้มองราก สีของรากปราณในทะเลปราณบ้าง ระดับความยืดหยุ่นในยามระดมปราณบ้าง หลังงุนงงไปชั่วขณะแล้ว เขากระจ่างใจโดยพลันว่า เขากับสวีเสี่ยวหลานไม่ใช่คนในเส้นทางเดียวกัน เขามีขุมพลังสัตว์!
อันหลินจนปัญญา ทำได้เพียงไปขอคำแนะนำจากสัตว์เลี้ยงของตน
เขาเรียกเหล่าสัตว์เลี้ยงมารวมตัว หารือวางแผนการบำเพ็ญเซียนร่วมกัน จากนั้นพวกมันก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘เจ้านี่มองไม่ได้ อย่างไรเสียพอบำเพ็ญเพียรไป ระดับก็จะขึ้นไปเอง นายท่านอย่าคิดมากไปเลย ต่อให้ระดับไม่สูงขึ้น พวกเรา