างแหงนหน้ามองนกกระเรียนตัวนั้น ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มบางๆ
แต่ไม่นานรอยยิ้มของนางก็ค้างอยู่บนใบหน้า ปากสีระเรื่อเผยอเล็กน้อย จดจ้องนกกระเรียนที่บินวนเหนือศาลาอึ้งๆ
นกกระเรียนตัวนี้มีดวงตาที่กลมโต อืม ดวงตาที่โตกว่าศีรษะ…
ดวงตากลมโตของมันทะลุเบ้า เหมือนมีแตงโมสีดำสองลูกแขวนอยู่บนหัว โบยบินอย่างเชื่องช้า แลดูน่าขบขันยิ่งนัก
มุมปากของอันหลินกระตุก ฝืนกลั้นยิ้มจนใบหน้าแดงก่ำ
ขำไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด…
หลินจวิ้นจวิ้นเสียการทรงตัวเล็กน้อย ราวกับว่าได้รับแรงกระทบกระเทือนอย่างใหญ่หลวง ปากพึมพำว่า “นรลักษณ์เกิดจากใจ…นกกระเรียนตาโตสะท้อนจิตใจ หัวใจของข้า ข้ามอุปสรรคนี้ไปไม่ได้จริงๆ หรือ…”
ตุบ
ลูกตาทั้งสองรับน้ำหนักไม่ไหว หลุดร่วงจากศีรษะ ตกลงสู่พื้น
นกกระเรียนกลายเป็นน้ำหมึก มีเพียงดวงตาที่ยังเกลือกกลิ้งบนพื้นจนมาถึงฝ่าเท้าอันหลิน
ลูกตาสมจริงอย่างยิ่ง กะพริบด้วยความงุนงงและไร้เดียงสา
“พรืดฮ่าๆ ๆ…” อันหลินทนไม่ไหวแล้วจริงๆ หลุดขำออกมาทันที ชี้ลูกตากลมโตแล้วหัวเราะลั่น “ลูกตานี่ต่างหากที่เป็นร่างจริงสินะ!”
ต่อมา เขาก็เริ่มสั่นระริกขึ้นมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้
มีจิตสังหาร!
เขาหันมองหลินจวิ้นจวิ้น สิ่งที่เข้าสู่คลองจักษุคือเงาหมัดที่มืดฟ้ามัวดิน
ปึกๆ ๆ…เพี๊ยะๆ ๆ…ผลัวะๆ ๆ…ปึกๆ ๆ…
หลังถูกย่ำยีฝ่ายเดียวอยู่ครู่หนึ่งแล้ว อันหลินก็ฟกช้ำดำเขียวล้มลงบนพื้น หัวเราะไม่ออกอีกแล้ว…
หลินจวิ้นจวิ้นปัดมือขาวหยวกเล็