นัก จึงอดถอนหายใจไม่ได้ ความจริงเขาไม่ได้ผูกพันอะไรกับตำหนักนั่นหรอก เพียงแต่เมื่อเห็นเด็กหญิงไม่มีบ้าน ต้องใช้ชีวิตตากแดดตากลม ในใจก็เกิดความสงสารและเสียดายอย่างช่วยไม่ได้
ขณะที่เขากำลังจะพูดปลอบใจว่า ‘เมื่อสิ้นบ้านแล้ว ยังสร้างใหม่ได้’ แต่เด็กหญิงกลับชิงพูดก่อนว่า “ออกมาเถอะ วังหมายเลขยี่สิบสี่!”
แหวนมิติสว่างวาบ ผิวดินสั่นไหวดังครืน วังเล็กกะทัดรัดวิจิตรอีกหลังปรากฏขึ้นตรงหน้าอันหลิน
อันหลิน “…”
เอาเถอะ เรื่องนี้เขาไม่ต้องเป็นกังวล
อันหลินกินยาบำรุงลมปราณ เดินไปเก็บอิฐดำกลับมา จากนั้นก็พูดกับเด็กหญิงว่า “องค์ราชินี ต่อไปช่วยต่อยข้าที”
เด็กหญิงจ้องเขาด้วยความงุนงง “ทำไมล่ะ”
“เพราะมีเพียงชิงจอกศักดิ์สิทธิ์กับยันต์ประเมินผลการแพ้รบถูกกระตุ้นเท่านั้น ข้าจึงจะไปจากที่นี่ได้” อันหลินชี้แจงยิ้มๆ
“อ้อ อย่างนี้นี่เอง…” เด็กหญิงชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็หลุบตาลง น้ำเสียงแผ่วเบา “จะไปแล้วหรือ…”
อันหลินพยักหน้า “ใช่แล้ว ข้ายังต้องกลับไปรับรางวัล ลงมือเบาหน่อยนะ อ้อ เบาเกินไปก็ไม่ได้ ราวๆ ครึ่งหนึ่งของหมัดปกติกระมัง…”
เขาคิดว่าร่างเล็กๆ ของตน หมัดทั่วไปต้องตายแน่ พลังครึ่งเดียวก็พอประมาณแล้ว
บอกตามตรงสภาพจิตใจที่ถูกชก มันทำให้ตึงเครียดและน่ากลัวมาก
เด็กหญิงกัดริมฝีปากนุ่มละมุน ยกมือขึ้นถอดมงกุฎอันวิจิตรบนศีรษะ จากนั้นก็หยิบลงมาประคองไว้ในมือ สองมือขาวผ่องเป็นยองใยยื่นออกไป วางลงตรงหน้าอันหลิน