มันเล็กกะทัดรัด แต่กลับประณีตมากเป็นพิเศษ
อันหลินมองทัศนียภาพรอบข้าง เอ่ยอย่างฉงนสนเท่ห์ว่า “ที่นี่มองไม่เห็นจากภายนอก นอกจากค่ายกลบังตาแล้ว มีค่ายกลพิทักษ์อะไรอีกหรือไม่”
เด็กหญิงส่ายหน้า “ข้าแข็งแกร่งปานนี้ ไม่จำเป็นต้องใช้ค่ายกลเหลวไหลพวกนั้น อีกอย่าง ระยะร้อยปีมานี้ ก็ไม่มีผู้มาเยือนคนใดชิงมงกุฎของข้าไปได้เลยแม้สักคนเดียว”
ทั้งคู่ได้ยินก็ตกใจ หลิวเชียนฮ่วนเอ่ยถามอย่างพรั่นใจว่า “ผู้มาเยือนที่ท่านพบพาน ประเภทเดียวกับพวกเราหรือไม่”
เด็กหญิงหลุดขำพรืด “แน่นอน เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้อะไรเลยหรือ แม้ปีศาจจอกศักดิ์สิทธิ์อย่างพวกเราจะเป็นภูตที่เกิดจากการผสานระหว่างสายเลือดมังกรและจอกศักดิ์สิทธิ์ จะถือกำเนิดใหม่หลังดับสูญ แต่นานมากแล้วที่ข้าไม่เคยได้ลิ้มลอมรสชาติของความพ่ายแพ้…”
ขณะที่พูด นางก็แสดงท่าทางอ้างว้างที่อยู่บนจุดสูงสุดเพียงลำพัง ใบหน้าขาวผ่องเป็นยองใยเชิดขึ้นเล็กน้อย ถอนหายใจแผ่วเบา “คนที่ถูกข้ากำจัดกับมือมีนับร้อย เคยพบเจอผู้แข็งแกร่งมาทุกรูปแบบแล้ว…”
อันหลินกับหลิวเชียนฮ่วนไม่กล้าปริปากเมื่อได้ฟัง พวกเขารู้ว่าเบื้องหลังของตัวเลขเหล่านี้หมายถึงอะไร มันเป็นตัวเลขที่สั่งสมมาจากความปราชัยของตัวแทนจากอิทธิพลที่มีพลังแก่กล้านับไม่ถ้วน
ตอนแรกอันหลินอยากถามเด็กหญิงว่าครั้งล่าสุดที่จอกศักดิ์สิทธิ์ถูกชิงคือเมื่อใด เป็นฝีมือใคร แต่ก็กลัวว่าคำถามแบบนี้จะยั่วโทสะนาง ถึงตอนนั้นปล่อยกำปั้นออ