ต้งๆ ไม่ได้หรอกมั้ง…
ไม่รู้เพราะเหตุใด อันหลินกับหวังเสวียนจ้านไม่ต่อบทสนทนา แต่รอให้หลิวเชียนฮ่วนเอื้อนเอ่ย
ใช่แล้ว มีเพียงคลื่นสมองวิเศษของหลิวเชียนฮ่วนที่จะคุยกับคนประหลาดพวกนี้ได้ นางกลายเป็นทูตของกลุ่มตัวแทนสรวงสวรรค์ไปแล้ว!
“พระราชินี พวกเรามาที่นี่เพื่อต้องการชื่นชมมงกุฎบนศีรษะของท่านเท่านั้น” หลิวเชียนฮ่วนทำหน้าจริงใจ พูดด้วยรอยยิ้ม
หญิงชุดขาวมุ่นคิ้ว แปลกใจกับคำตอบนี้ไม่น้อย “ชื่นชมมงกุฎบนศีรษะของข้าหรือ”
หลิวเชียนฮ่วนพยักหน้า “ใช่แล้ว ข้ามีความชอบอย่างหนึ่ง ชอบศึกษาหัตถกรรมของมงกุฎ หากท่านยอมยกมงกุฎให้ข้าศึกษาดูสักครู่ ข้าจะซาบซึ้งใจยิ่งนัก!”
อันหลินกับหวังเสวียนจ้านฟังบทสนทนาของหลิวเชียนฮ่วนจบก็ได้สติ เห็นด้วยอย่างยิ่ง ‘ยอดเยี่ยม! สมกับเป็นท่านทูตของพวกเรา พูดจามีเหตุมีผล เป็นธรรมชาติไม่กระอักกระอ่วน’
ความจริงการตัดสินว่าได้จอกศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ น่าจะเริ่มเกิดผลเมื่อมือสัมผัสจอกศักดิ์สิทธิ์ เรื่องนี้ได้รับการพิสูจน์จากโครงกระดูกสีชาด ซึ่งก็หมายความว่า พวกเขาสามารถใช้มันเป็นข้ออ้างได้ เพื่อชิงจอกศักดิ์สิทธิ์มาถือครอง เช่นนี้ก็เท่ากับชิงจอกศักดิ์สิทธิ์ได้สำเร็จแล้วไม่ใช่หรือ!
หากเช่นนี้ยังไม่ได้ผล อย่างมากพวกเขาก็แค่ถือจอกศักดิ์สิทธิ์แล้วหนี เช่นนี้ก็ถือว่าเป็นการลดอันตรายของจอกศักดิ์สิทธิ์ให้เหลือน้อยที่สุดแล้ว หากว่าหลบหนีได้สำเร็จ กรรมการข้างนอกก็จำต้องยอมรับแล้วล่ะมั้