วังเสวียนจ้านต่างก็หายใจเข้าดังเฮือก จ้องมองโครงกระดูกตนนี้ด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ
พับผ่าสิ เริ่มทรยศเพื่อนแล้วเหรอเนี่ย
ซ้ำยังหักหลังได้เด็ดขาดเถรตรงถึงขนาดนี้!
หลิวเชียนฮ่วนเองก็จ้องโครงกระดูกตนนี้อย่างตกใจ ไม่อยากจะเชื่อ “เจ้าบอกพิกัดของจอกศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ ได้จริงหรือ คงไม่ได้คิดจะหลอกข้าหรอกนะ”
“ราชินีสั่งสอนข้ามาเสมอ ต้องเป็นเด็กดีที่ไม่โกหก ข้าเป็นแค่เด็ก ไม่มีทางหลอกใคร” โครงกระดูกสีชาดพูดพลางชูสองนิ้วออกมา จิ้มตรงกระดูกใบหน้าของตน ทำท่าทางน่ารักอันน่าสะพรึงกลัว
“อีกอย่าง ต่อให้บอกตำแหน่งกับพวกเจ้า ความสามารถอย่างพวกเจ้า ก็ใช่ว่าจะชิงจอกศักดิ์สิทธิ์ได้เสียเมื่อใด” โครงกระดูกสีชาดพูดเสริม
หลิวเชียนฮ่วนตกปากรับคำคำขอของโครงกระดูกสีชาดอย่างสองจิตสองใจ เริ่มแข่งขันอีกครั้ง ภายใต้เงื่อนไขที่ชนะสองตาแลกกับข้อมูลพิกัดของจอกศักดิ์สิทธิ์หนึ่งใบ
ด้วยเหตุนี้ โครงกระดูกสีชาดจึงเริ่มประลองกับหลิวเชียนฮ่วนขึ้นอีกครั้งอย่างสมใจ
หนึ่งชั่วยามต่อมา
โครงกระดูกสีชาดแพ้ยับเยิน
โครงกระดูกสีชาดอ้วนเตี้ย “…”
หลังผ่านการย่ำยีอันไร้มนุษยธรรมตาแล้วตาเล่า ในที่สุดมันก็ตระหนักได้ถึงความแตกต่างระหว่างทั้งสอง มันเป็นความแตกต่างราวฟ้ากับเหว ความแตกต่างระหว่างแสงหิ่งห้อยกับดวงตะวัน การประลองความสามารถแบบนี้ทำให้โครงกระดูกสีชาดรู้สึกสิ้นหวังยิ่งนัก
นัยน์ตาสุกใสของมันห่อเหี่ยวลงทันตา เริ่มหมดอาลัยตายอยากขึ้นมา