ช่วง “ฝ่ามือวัชรปาณี!”
“ศิษย์น้อง อย่าวู่วาม!” ชิงจือตวาดเสียงดัง
แต่ทว่า เสียงของชิงจือเพิ่งเงียบลง ชิงเหยียนก็ถึงตัวเงาดำแล้ว ฝ่ามือสีทองขนาดใหญ่ราวสิบจั้งฟาดเงาดำทะมึนนั่นด้วยอานุภาพที่ยิ่งใหญ่
โครม! เงาดำถูกฝ่ามือตบจนกระเด็น
แต่ความรู้สึกที่อันตรายอย่างยิ่งกลับแผ่ซ่านไปทั่วทั้งตัวชิงเหยียน
ชิงเหยียนเบิกตากว้าง ท่ามกลางทะเลมืดมิด เงาดำขนาดยักษ์เหลือคณานับเริ่มปรากฏตัว กำลังมุ่งหน้ามาทางเขา
คมเล็บ หนวดปลาหมึก สัตว์มีพิษ หนามแหลม…การจู่โจมม้วนตัวมาอย่างไม่สิ้นสุด
“อ๊าก…” เสียงร้องโหยหวนของชิงเหยียนดังก้องทะเลลึก
ส่วนคนอื่นๆ หลบหนีไปไกลเป็นพันเมตรนานแล้ว ซ้ำยังหนีห่างออกไปไม่หยุดด้วย…
ชิงจือกับชิงซินเหลียวมองชิงเหยียนที่อยู่ไกลออกไปทางด้านหลังแวบหนึ่ง มุมปากกระตุกเล็กน้อย สุดท้ายก็ยกมือขึ้นพนมแล้วพูดว่า ‘อมิตาพุทธ’
ชั่วขณะที่ชิงเหยียนโจมตีสัตว์ประหลาดตัวนั้น พวกเขาก็เห็นเงาดำมืดฟ้ามัวดินหลังสัตว์ประหลาดตัวนั้นแล้ว
สัตว์ประหลาดมากมายปานนี้ ต่อให้ตัวแทนของทั้งสี่อิทธิพลลุยพร้อมกัน จะชนะหรือไม่ก็ยังไม่รู้
อีกสามกลุ่มอิทธิพลที่เหลือจนใจ เลือกที่จะเสียคนคนหนึ่งไปโดยแทบจะไม่ลังเลเลย…
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว พวกเขายังจะสู้ทำไมอีก!
หากพวกเขาพุ่งออกไปอย่างโง่เขลาเหมือนชิงเหยียนอีก เช่นนั้นตัวแทนของเมืองพุทธก็จะตายยกกลุ่มในด่านนี้ ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่อยากช่วยชิงเหยียน แต่ไม่มีทางช่วยได้เลยต่างหาก