แย่งจนว่างเปล่า
หวังเสวียนจ้านกอดสมุนไพรไว้อย่างตื่นเต้น จ้องมองอันหลินกับหลิวเชียนฮ่วน จากนั้นก็นิ่งไป
“สะ…สมุนไพรของพวกเจ้าล่ะ”
จู่ๆ เขาก็นึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา จึงเอ่ยถามเสียงสั่นเครือ
มือของอันหลินกับหลิวเชียนฮ่วนว่างเปล่า ต่างก็ก้มหน้าอย่างละอายใจ ใบหน้าแสดงความรู้สึกผิด
หลิงเชียนฮ่วนพูดเสียงหวั่นๆ ว่า “คือว่า…ถึงพวกเราจะไม่ได้สมุนไพรมา แต่พวกเราเป็นเทพกสิกรรมได้นี่นา”
ดวงตาของอันหลินก็เป็นประกายเมื่อได้ยิน เพิ่งรู้สึกถึงคุณค่าการมีอยู่ของตน “นั่นสิ ศิษย์พี่หวังปรุงยา พวกเรามาทดสอบพิษ!”
เทพกสิกรรมทดลองร้อยสมุนไพร ก็ยิ่งใหญ่มากเหมือนกันนะ!
มุมปากของหวังเสวียนจ้านกระตุก เหนื่อยใจนัก หันกลับไปวิเคราะห์พิษภายในร่างกาย ไม่อยากคุยกับสองคนนี้แล้ว
เปลวไฟผุดขึ้นจากฝ่ามือของหวังเสวียนจ้าน สมุนไพรก็เริ่มลอยขึ้น
ดอกศิลาเปลวเพลิง สิบกรัม เถาวัลย์เก้ามังกร แปดกรัม รากเลือดสีชาด สิบหกกรัม…
“ปรุงยา!”
หวังเสวียนจ้านกำมือ ปราณของสมุนไพรเริ่มก่อตัวเป็นเม็ดยาสีทองแวววาว
ร่างกายของเขาได้รับผลกระทบจากพิษร้ายอยู่ก่อนแล้ว บัดนี้ตัวโอนเอน เกือบจะวูบไป แต่ก็ปรุงยาได้สำเร็จ
“ศิษย์พี่หวัง เอายามาให้ข้าเถอะ ข้าไม่กลัวตาย!” หลิวเชียนฮ่วนเป็นฝ่ายเอ่ยขอเม็ดยา
ยาจะแก้พิษได้หรือไม่ ต้องทดลองถึงจะรู้ หากอัตราส่วนไม่เหมาะสม อาจจะถึงตายได้
“ศิษย์พี่หวัง เรื่องที่อันตรายปานนี้ นอกจากข้าแล้วจะเป็นใครได้อีก” อันหลิ