ะอยากให้พวกเราสัมผัสความแตกต่างระหว่างน้ำแข็งและไฟอย่างแท้จริง อดพูดไม่ได้ว่า สะใจมากทีเดียว” อันหลินบิดขี้เกียจ ทำหน้าสบายใจเฉิบ
แม้อุณหภูมิรอบตัวจะต่ำมาก แต่สำหรับนักพรตที่มีระดับพลังยุทธ์ในระดับหนึ่งเช่นพวกเขาแล้ว มันไม่เป็นภัยคุกคามมากนัก
คนที่เหลือเองก็ทำหน้าเอือมระอา ไม่มีความท้าทาย น่าเบื่อ…
ครืน…
จู่ๆ แผ่นดินก็สั่นสะเทือน
จากนั้นก็มองรอบๆ อย่างหวั่นวิตก
“เสียงอะไรน่ะ…” ชิงจือขมวดคิ้วโพล่งออกมา
เขาได้ยินเสียงที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ รุนแรงขึ้นทุกที ประหนึ่งกระแสคลื่น
“หิมะถล่ม รีบวิ่งเร็วเข้า!” อันหลินอุทานลั่น
“ใจร้อนอะไร พวกเราเหาะได้ไม่ใช่หรือ” ออกัสยิ้มบางๆ กางปีกสีขาวออกแล้วเหาะขึ้นฟ้า
อันหลินได้สติ หน้าขึ้นสี และเริ่มขี่อิฐเหินเวหาด้วยเช่นกัน
เพราะเป็นการทดสอบความอยู่รอด เขาจึงตึงเครียดจนเกินเหตุมากไปหน่อย
ทุกคนพากันเหินฟ้าหลบหลีกหิมะถล่ม
หงโต้วหัวเราะลั่นเมื่อเห็นหิมะมืดฟ้ามัวดินที่ซัดสาดมา “หิมะถล่มแค่นี้ ต่อให้ข้านอนนิ่งบนพื้นหิมะก็ไม่มีปัญหา”
พูดจบ มันก็นอนลงไปอย่างสบายอุรา และจ้องมองผู้คนบนท้องนภาด้วยสายตาไม่สบอารมณ์
ครืน…ระหว่างที่หิมะเกลือกกลิ้ง ฟ้าดินสั่นไหว ปกคลุมร่างของหงโต้วในพริบตา
อันหลินลูบคาง หิมะถล่มระดับนี้ไม่เป็นปัญหาต่อหงโต้วก็จริง แต่ก็ไม่ควรอวดดีต่อหน้าทุกคนแบบนี้
ผ่านไปครู่หนึ่ง
“หงโต้วตกรอบ ได้หนึ่งคะแนน”
จู่ๆ ก็มีเสียงของวาเนสซ่าดังขึ้น
ทุกคนได้ยินก