็ชะงักงัน จากนั้นก็มองบริเวณที่ถูกหิมะปกคลุมด้วยความตกใจ
พรวด! หงโต้วพุ่งออกจากกองหิมะ
เห็นได้ชัดว่ามันได้ยินเสียงแล้วเช่นกัน แหวเสียงดังลั่นด้วยสีหน้าที่เหลือเชื่อว่า “ไม่มีทาง! ข้าไม่เป็นอะไรเลย ทำไมข้าถึงตกรอบ!”
“เจ้าแน่ใจนะว่าเจ้าไม่เป็นไร เจ้าลองดูเมล็ดพันธุ์ชีวิตของเจ้า” เสียงของวาเนสซ่าดังแว่วมาจากฟากฟ้าอีกครั้ง
เมล็ดพันธุ์ชีวิตงั้นหรือ
หงโต้วได้สติ จากนั้นก็เบิกตากว้าง
มันรู้สึกได้ว่า เมล็ดพันธุ์ชีวิตภายในร่างกายมลายหายไปแล้ว
“ทำไมเป็นแบบนี้…ข้าไม่ยอม ไยเมล็ดพันธุ์นี่ถึงได้เปราะบางเช่นนี้!”
หงโต้วยอมรับความจริงประการนี้ไม่ได้อย่างสิ้นเชิง คำรามลั่น
“ดูถูกความอันตราย มั่นใจในความสามารถของตนเกินไป เป็นข้อห้ามของการแสวงมรรค มนุษย์เรา ต้องรู้จักระมัดระวังตัว มิเช่นนั้นครั้งนี้เมล็ดพันธุ์ชีวิตแตกสลาย ครั้งหน้าอาจถึงวันที่ชีวิตของเจ้าดับสูญก็ได้”
เสียงเรียบเฉยดังขึ้นอีกครั้ง
หงโต้วแผดเสียงร้องอย่างเจ็บใจ แต่เปล่าประโยชน์ ร่างของมันเริ่มเลือนรางลงช้าๆ
พวกอันหลินมองหงโต้วด้วยความเห็นใจและซาบซึ้ง
เห็นใจที่มันได้เพียงหนึ่งคะแนน เหมาตำแหน่งที่โหล่อีกครั้ง ส่วนที่ซาบซึ้งก็เป็นเพราะว่ามัน พวกเขาถึงได้รู้ว่า ที่แท้เมล็ดพันธุ์ชีวิตที่อยู่ในร่างกายเปราะบางขนาดนี้…
หวงส่านและตงเยี่ยนกลับไม่แยแสกับการตกรอบของหงโต้วเลยแม้แต่นิด
ตงเยี่ยนถึงขั้นว่าหาวอย่างเบื่อหน่าย พูดด้วยความสุขใจว่า “ในที่สุ