คนที่ขึ้นเวทีเป็นอันดับสองคือหวังเสวียนจ้าน
ตอนนี้เขามีจิตใจฮึกเหิม เปลวไฟลุกโชนในหัวใจ
ใช่แล้ว ความฮึกเหิมของเขาเคยตกต่ำ
เพราะเขาคิดว่ารอบตัวเขามีแต่ตัวถ่วง พยายามมากแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์
ทว่าตอนนี้ อันหลินกลับให้พลังเขาด้วยการกระทำ ทำให้เขารู้ว่ากลุ่มของเขายังมีความหวังจะคว้าชัยชนะ พวกเขายังไม่แพ้!
ผลึกหินการประชันความคิดถูกราชสีห์กระตุ้น หวังเสวียนจ้านเพ่งสมาธิอย่างไม่ลังเล
แก่นแท้ความคิดของหวังเสวียนจ้านเป็นจิตวิญญาณแห่งหอก กระแสไฟรายล้อมรอบตัว เขากำหอกแน่น ประหนึ่งเทพสงครามยืนตระหง่านกลางฟ้าดิน เผชิญหน้ากับการจู่โจมของหุ่น
หุ่นหลายตัวล้วนถูกเขากำจัดอย่างรวดเร็ว
จนกระทั่งหุ่นตัวที่หกปรากฏตัว เขาถึงได้เริ่มสิ้นเปลืองแรง
หุ่นตัวนี้มีเปลวไฟสีน้ำเงินปกคลุมตั้งแต่หัวจรดเท้า แฝงด้วยแก่นแท้ของเปลวเพลงที่แก่กล้าอย่างยิ่ง
การปะทะของแก่นแท้ทั้งสองทำให้เกิดฝุ่นตลบอบอวล การต่อสู้ในครั้งนี้ดุเดือดเป็นที่สุด สุดท้ายหวังเสวียนจ้านก็ทะลวงศีรษะของหุ่นตัวหนึ่งด้วยหอก ทำให้มันแพ้ราบคาบ
หุ่นตัวที่เจ็ดเป็นหุ่นดาบคู่ มันมีจิตวิญญาณของดาบที่น่ากลัวยิ่งนัก
ตอนนั้นอันหลินถูกบีบคั้นให้ใช้แก่นแท้ของกระบี่แห่งสายลมเพราะหุ่นตัวนี้
หวังเสวียนจ้านกระตุ้นพลังของหอกยาวจนถึงขีดสุดในศึกนี้ ตัวเขาเป็นดั่งมังกรบินร่อนสวรรค์เก้าชั้นฟ้า อหังการไร้เทียมทาน
สุดท้ายเขาก็ทำลายหุ่นดาบคู่ให้แหลกสลายด้วยหอกยาว แต่ขณะเดียวกัน