อ
อันหลินได้ฟังก็กระจ่างใจ สำนักกระบี่สวรรค์เป็นหนึ่งในสี่สำนักใหญ่ของแดนจิ่วโจว เป็นสถานที่ที่เซียนกระบี่ทั้งหลายใฝ่ฝัน ที่นั่นมีกระบี่เลื่องชื่อนับไม่ถ้วน เซียนกระบี่อัจฉริยะกลาดเกลื่อน เป็นแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งกระบี่ของแผ่นดินบรรพกาล
ในเมื่อศิษย์พี่หลิวเป็นบุคคลที่มาจากที่แห่งนั้น กลายเป็นเซียนกระบี่ทันควัน ก็อยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้
ขณะที่กำลังพูด นางก็ฟันหุ่นหมายเลขสี่และหมายเลขห้าเป็นสองท่อน ท่วงท่าปราดเปรียวดุจสายน้ำ ว่องไวปานสายฟ้าฟาด
หุ่นเปลวไฟสีน้ำเงินหมายเลขหกแข็งแกร่งยิ่งนัก นางสิ้นเปลืองแรงไปไม่น้อย แต่สุดท้ายก็กำจัดมันได้ในที่สุด
“ครั้งนี้เอาอยู่แน่!” หวังเสวียนจ้านกำมืออย่างลุ้นระทึก
หลิวเชียนฮ่วนได้หกคะแนน นับว่าเป็นคะแนนที่สูงมากแล้ว พวกเขาจองตำแหน่งอันดับหนึ่งของการประลองครั้งนี้ได้แล้ว
หุ่นดาบคู่ปรากฏตัว แก่นแท้ของหุ่นตัวนี้ยิ่งใหญ่นัก แม้แต่หวังเสวียนจ้านเองก็ตกที่นั่งลำบากในด่านนี้
“นภาเย็นเยือก” หลิวเชียนฮ่วนขยับริมฝีปาก ลำแสงสีน้ำเงินฉายวาบในดวงตา
มีควันสีน้ำเงินห้อมล้อมผิวหนังขาวราวหิมะ กลายเป็นริ้วรอยสีน้ำเงินประดับประดาตามเรือนร่างอรชร
ใบหน้าของนางเฉยชา ย่างเข้าไปหาหุ่นทีละก้าวดุจนางชีผู้เยือกเย็น กระบี่สีฟ้าวาดลวดลายเหนือผิวดิน แผ่ไอเย็นเยียบ
ด้านหลังเป็นผืนหิมะมืดฟ้ามัวดิน
ซิ่วๆ ๆ…
ลำแสงที่ทรงพลังเส้นแล้วเส้นเล่าทะลุมิติ พุ่งไปหาหลิวเชียนฮ่วน
แต่ลำแสงที่ดู