แน่เอานอนไม่ได้เลย หากว่าขึ้นสังเวียนคนแรก จะสร้างแรงกดดันอย่างใหญ่หลวงให้กับสมาชิก จะเล่นลูกไม้อะไรก็ต้องรอให้ถึงตอนสุดท้าย
มุมปากของอันหลินกระตุกกับประโยคนี้ พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว
“ข้าจะไปเริ่มต้นให้ดี!”
หวังเสวียนจ้านโบกมือให้กับสองคนข้างหลังด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม ก้าวเข้าไปในประตูสีน้ำเงินประหนึ่งวีรบุรุษ
อันหลินมองแผ่นหลังของศิษย์พี่ หวังว่าเขาจะกลับมาได้อย่างผู้กล้า
“แล้วข้าจะเจอกับอุปสรรคแบบไหนกัน…”
ร่างของหวังเสวียนจ้านปรากฏตัวในแดนพิศวง แต่ใบหน้ากลับประดับด้วยรอยยิ้มที่มั่นอกมั่นใจ
เงินทอง ความงาม ความหิว โรคภัย ความหนาว ทะเลเพลิง…ทุกอุปสรรคถูกหวังเสวียนจ้านล้างผลาญ
ฝีก้าวของเขามั่นคง เดินเลียบไปตามเส้นทางที่ปูด้วยหิน ความเร็วเทียบเท่าชิงจือคนก่อนหน้านี้แล้ว ถึงขั้นว่าไวกว่าด้วยซ้ำ
เหตุการณ์นี้ทำเอาดวงตาของอันหลินเป็นประกาย ไม่คิดเลยว่าจิตใจของหวังเสวียนจ้านจะมั่นคงเช่นนี้ ครั้งนี้เขากอดขาไว้แน่นแน่
เมื่อถึงก้าวที่สี่สิบหก ฝีเท้าของหวังเสวียนจ้านก็ชะงักไปเล็กน้อย
เขาเห็นอันหลิน…
มือขวาของอันหลินส่องแสงสีทองโชติช่วง แสยะยิ้มและพูดว่า “ศิษย์พี่หวัง เอาหมัดปรมาณูอัสนีของข้าไปกิน!”
จากนั้นหมัดแสงทองที่มืดฟ้ามัวดินก็พุ่งมาพร้อมกับพลังอันน่ากลัว
หวังเสวียนจ้านจดจ้องภาพลวงตา ใบหน้ากระตุก รู้สึกปวดกบาล
เขาไม่คิดเลยว่า เรื่องนี้จะกลายเป็นปัจจัยที่รบกวนจิตใจของเขาไปด้วย