ลองออกไปจัดตอนบ่าย
…
ตอนเที่ยง อันหลินฟื้นคืนสติ พบว่าหวังเสวียนจ้านนั่งอยู่บนเก้าอี้ จ้องตนด้วยสีหน้าที่ขุ่นเคือง
ยังไม่ทันได้พูด หมัดน้อยๆ ของหลิวเชียนฮ่วนก็พุ่งทะลุอากาศมา ซัดจนเขาเกือบจะน้ำลายฟูมปาก
หลังถูกสั่งสอนไปฉาดหนึ่งแล้ว อันหลินถึงมีโอกาสถามสถานการณ์ในภายหลัง
เขารู้ว่าสุดท้ายตนได้สิบเอ็ดคะแนน เมื่อพลิกสถานการณ์ได้แล้วก็อดโล่งใจไม่ได้ แต่ต่อมาเขาก็ตระหนักได้ถึงปัญหาที่ร้ายแรงมากประการหนึ่ง
“ทำไมตอนนี้เรามาอยู่ที่นี่!”
เขามองผนังขาวสะอาดรอบตัว รวมถึงเตียงที่แผ่กลิ่นอายบำบัดจางๆ แล้วพูดอย่างตกใจ
“มารักษาตัวที่นี่น่ะสิ!” หลิวเชียนฮ่วนกลอกตามองอันหลิน พูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “เพราะบารมีของเจ้า งานชุมนุมแลกเปลี่ยนมรรคเทศนาเลื่อนไปตอนบ่ายแล้ว”
อันหลิน “…”
เอาละ เขาประเมินอานุภาพของหมัดปรมาณูอัสนีต่ำไป
ไม่คิดว่าแม้หวังเสวียนจ้านกับหลิวเชียนฮ่วนรวมพลัง ก็ไม่สามารถต้านทานแรงระเบิดอันน่ากลัวได้
แต่เพราะความช่วยเหลือของพวกเขา แรงกระแทกของระเบิดถึงได้ลดลงต่ำที่สุด อันหลินจึงแสดงความขอบคุณและขอโทษพวกเขาจากใจจริง
ไม่นานตอนบ่ายก็มาถึง
จัตุรัสฟ้าครามคับคั่งไปด้วยผู้คนอีกครั้ง
ตัวแทนจากสรวงสวรรค์ดึงดูดสายตาของผู้ชมโดยส่วนใหญ่
หวังเสวียนจ้านได้รับการรักษามาระยะหนึ่งแล้ว นอกจากอาการช้ำในเล็กน้อยแล้ว แทบจะไม่เป็นอะไรแล้ว
แขนเรียวขาวดุจหิมะของหลิวเชียนฮ่วนมีผ้าพันแผลยาวิเศษพันอยู่ ท่าทางดูน่าส