งสาร
ส่วนอันหลินอนาถหนัก แม้แต่ใบหน้าหล่อเหลาของเขาก็มีผ้าพันแผลสีขาว สภาพแทบจะสูสีกับพวกตัวแทนของหอสร้างโลกแล้ว
แต่มันไม่กระทบต่อความโด่งดังของเขาเลยสักนิด เมื่อเดินออกมา ก็มีเสียงโห่ร้องดังขึ้นมาเป็นระลอกๆ
รองผู้อำนวยการอวี้เห็นกระแอมเล็กน้อยเมื่อเห็นฉากนี้ กล่าวว่า “ในเมื่อสมาชิกพาครบแล้ว เรามาเริ่มรายการที่สองของการแลกเปลี่ยนมรรคเทศนา ‘มรรค’ กันเลย!”
“หนทางแห่งมรรค ไม่แบ่งสูงต่ำ ทุกคนในที่นี้ ล้วนมีมรรคที่ตนยึดถือ”
“หนทางแห่งมรรคยาวไกล การยึดถือมรรคในระดับหนึ่ง กำหนดว่าเขาผู้นั้นจะไปได้ไกลแค่ไหน ฉะนั้นในการแลกเปลี่ยนมรรคครั้งนี้ จะประลองจิตใจเป็นสำคัญ!”
พูดจบ แหวนมิติของเขาก็ส่องแสงสว่างวาบ หน้าจอผลึกหินขนาดใหญ่โผล่มากลางอากาศ
เซียนสวรรค์อวี้หัวประสานอิน ประตูสีน้ำเงินก็พลันปรากฏขึ้นบนสังเวียน
“นี่เป็นหนทางสู่ความลุ่มหลง เมื่อตัวแทนของทั้งสี่ทิศเข้าไปในประตูบานนี้ จะพบกับหนทางแห่งความลุ่มหลง”
“หนทางนี้มีอีกชื่อว่าหนทางถามใจ ทุกครั้งที่เดินหนึ่งก้าว จะมีสิ่งเร้าที่ทำให้จิตใจของเจ้าสั่นคลอน มีทั้งสิ้นเก้าสิบเก้าก้าว เดินเพิ่มหนึ่งก้าว จะได้คะแนนศูนย์จุดหนึ่งคะแนน”
กติกาไม่ถือว่ายาก เพียงแต่ว่าอันหลินฟังแล้วหวาดกลัวนิดหน่อย
หนทางถามใจ? ทดสอบจิตใจงั้นเหรอ
จะว่าไปคนที่ผ่านทุกอย่างมาได้อย่างราบรื่นโดยพึ่งโปรแกรมโกง จะมีของอย่างจิตใจแสวงมรรคจริงๆ เหรอ…
เขาขบคิดเล็กน้อย ไม่รู้ว่าหนทางท