ต่พอเขาเห็นรูปถ่ายใบนั้นแล้ว ก็ไม่กล้าทดลองเป็นครั้งที่สองอีกเลย…
ตลอดครึ่งเดือนในการรักษาตัว นอกจากเพื่อนๆ ที่มาเยี่ยมแล้ว ก็มีเหยาหมิงซีกับเหยาซิ่วที่ทั้งร้องทั้งเต้นภายในห้องของเขา ในที่สุด ยามบ่ายคล้อยที่แสงตะวันเจิดจ้า เขาได้ก้าวออกจากศูนย์การรักษาพร้อมกับกระบอกตาที่รื้นน้ำตา
“ฟู่…เรารอดมาอีกครั้งแล้ว!” อันหลินกางแขนทั้งสองข้างออก โอบกอดพระอาทิตย์
“ยินดีด้วยนะนายท่าน ตอนนี้รนหาที่ตายต่อได้แล้ว!” เสียงอ่อนหวานดังออกมาจากกระเป๋า
อันหลินได้ฟังมุมปากก็กระตุก ก้มศีรษะลงเล็กน้อยอย่างเขินอาย
เสี่ยวหงฟื้นคืนชีพอีกครั้งแล้ว หลังผ่านการสังเคราะห์แสงอยู่ระยะหนึ่ง
ตอนที่เขาใช้หมัดปรมาณูอัสนี ลืมหยิบเสี่ยวหงออก จึงทำให้มันกลายเป็นตัวละครที่ร่วมเป็นร่วมตายกับเจ้านายได้สำเร็จ ผ่านการชำระล้างของระเบิด
ความโกรธแค้นที่เสี่ยวหงมีต่อผู้เป็นนายในตอนนี้ ไม่ใช่สิ่งที่จะคลี่คลายได้ด้วยคำพูดไม่กี่ประโยค เมื่อเผชิญหน้ากับคำถากถามของเสี่ยวหง อันหลินไม่กล้าต่อบทสนทนาเลยจริงๆ ด้วยกลัวว่าเสี่ยวหงจะระเบิดกะทันหัน ลงทัณฑ์เขาในฐานะตัวแทนของดวงตะวัน
ขณะเดียวกัน ในห้องประชุมแห่งหนึ่งของสำนัก
รองผู้อำนวยการอวี้หัวผู้มีคิ้วดกดำดวงตากลมโตกำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะกลม คนที่ร่วมประชุมกับเขาในครั้งนี้ มีเบื้องบนของสำนักอีกหกชีวิต
“การชุมนุมแลกเปลี่ยนมรรคเทศนาสี่ทิศในครั้งนี้ เกี่ยวกับตัวแทนนักเรียนสรวงสวรรค์ที่คัดเลือกจาก