อันหลินอ้าปากค้าง เหม่อมองคนเสียสติสองคนที่กำลังร้องรำทำเพลงในห้องของตน
ไม่กี่นาทีให้หลัง สองคนที่ทุ่มเทแสดงจนจบก็มองอันหลินด้วยความคาดหวัง
“ศิษย์พี่อันหลิน การแสดงที่เราเตรียมไว้ให้ท่านชอบหรือไม่” เหยาหมิงซีจ้องอันหลินพลางเอ่ยถามอย่างลุ้นระทึก
“เพื่อให้ท่านรู้สึกถึงความอบอุ่นของบ้าน ซิ่วเอ๋อร์ยังตั้งใจไปฝึกขับร้องเพลงแดนมนุษย์อีกด้วย!” ดวงตากลมโตสุกใสของเหยาซิ่วจ้องอันหลินอย่างเคลิบเคลิ้ม ท่าทางเหมือนบ่งบอกว่า ‘รีบชมข้าสิ’
ใบหน้าของอันหลินกระตุก เพื่อให้เขารู้สึกถึงความอบอุ่นของบ้าน ถึงได้ร้องเพลง ‘มาตุภูมิของฉัน’ เหรอ เยี่ยมจริงๆ!
“อืม ข้าชื่นชอบการแสดงของพวกเจ้ามาก ดึกแล้ว กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ” เขาเค้นรอยยิ้มออกมา กล่าวกับทั้งสองคน
“อา…จริงหรือ ศิษย์พี่ชอบจริงๆ หรือ!”
เหยาซิ่วพินิจมองอันหลิน ลมหายใจถี่กระชั้น เข้ามาใกล้ทีละก้าว
อันหลินถอยหลังทีละก้าว ขนลุกเกรียวไปทั้งตัว
“ขอเพียงศิษย์พี่ชอบ พวกเราสองพี่น้องมาร้องรำทำเพลงให้ท่านชมทุกวันได้!” เหยาหมิงซีก็เข้าใกล้อันหลินไม่หยุด จ้องเขาด้วยแววตาเร่าร้อน
“ไม่ต้องลำบากเช่นนั้นหรอก ข้าพอใจมากแล้ว!” อันหลินปฏิเสธทันควัน
“ไม่ลำบากหรอก!” ทั้งคู่ระริกระรี้ พูดขึ้นพร้อมกัน
อันหลินคำรามกร้าวในใจ ‘พวกเจ้าไม่ลำบาก แต่ข้าลำบาก!’
“ศิษย์พี่อันหลิน พวกเราขอลายเซ็นหน่อยได้ไหม”
“ได้…”
อันหลินเซ็นชื่อลงบนกระบี่ของพวกเขา
นี่เป็นจุดที่ผู้บำเพ็ญกระบี่