บเขาแล้ว การปรุงยาและการหลอมศาสตราไม่น่าใจเลยแม้แต่นิด อย่างไรเสียมีเงินมากมายปานนั้น จะกินยาเซียนก็ซื้อได้ อาวุธเซียนก็มีชิ้นสองชิ้นแล้ว เขาไม่ได้ขาดแคลนของสองสิ่งนี้ ใช่ว่าจะเหมือนเซียวหัวหั่วที่ใช้การปรุงยาอายุวัฒนะโชว์ความเท่เสียหน่อย ฉะนั้นจึงมองข้ามสองแขนงนี้ไป
ส่วนค่ายกลนั้น ซับซ้อนเกินไป จะศึกษาให้ดีมันเสียพลังและเวลาเกินไป แถมการวางค่ายกลก็ยุ่งยากวุ่นวาย จะทลายค่ายกลก็มีวิชาญาณทิพย์อยู่แล้ว ไม่ต้องกังวลเลยสักนิด จึงไม่จำเป็นสำหรับตอนนี้มากนัก
ทักษะการใช้อาวุธ หลังอันหลินหยั่งรู้หกกระบี่เทพสงครามแล้ว ความเข้าใจในเพลงกระบี่ การสัมผัสจิตแห่งกระบี่แก่กล้าอย่างยิ่งแล้ว ไม่มีอะไรให้เพิ่มพูนแล้ว เรื่องนี้ไม่พิจารณาก็ได้
วิชาพลังเซียน เป็นการเรียนที่ศึกษาว่าจะใช้พลังเซียนให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดอย่างไร รวมถึงเรียนรู้พลังเซียนที่ใช้งานได้ดี และชี้แนะวิธีการสร้างพลังเซียนด้วยตนเอง
ฟังดูไม่เลวเลยทีเดียว แต่อันหลินเป็นเซียนกระบี่แล้ว แม้จะมีพลังเซียนนับหมื่น เราก็จะทำลายมันในกระบี่เดียว! มุ่งเน้นมรรคแห่งกระบี่แล้ว จะศึกษาพลังเซียนไปทำไม มันเป็นการทรมานตัวเองไม่ใช่เหรอ
แขนงสุดท้ายคือวิชาจิต พูดถึงการใช้จิต การทำให้จิตแข็งแกร่ง รวมไปถึงการใช้จิตจับการเคลื่อนไหวของศัตรู ฟังก์ชันนี้เหมือนว่าวิชาญาณทิพย์จะทำได้เหมือนกัน…
อันหลินลูบคาง ขมวดคิ้วมุ่น ลังเลเอาแน่เอานอนไม่ได้
เขาพบปัญหาที่ร้ายแร