เพลงละหนึ่งร้อยหินวิญญาณ ขับร้องธรรมดา บทเพลงละสองร้อยหินวิญญาณ ขับร้องอย่างตั้งใจ บทเพลงละสามร้อยหินวิญญาณ ขับร้องสุดความสามารถ บทเพลงละห้าร้อยหินวิญญาณ” ดวงตาของหลานเยว่สุกใสดุจธารน้ำยามฤดูใบไม้ร่วง กล่าวด้วยเสียงที่ไพเราะเป็นอย่างยิ่ง
มุมปากของอันหลินกระตุก ขับร้องตามอารมณ์บ้าบออะไรกัน เป็นถึงดาวเด่นช่วยตั้งใจทำงานหน่อยไม่ได้เหรอ
ตาของต้าไป๋เริ่มลุกวาว โพล่งถามทันทีว่า “โฮ่ง! ขับร้องสุดความสามารถเปลื้องผ้าหรือไม่”
ปัก!
อันหลินกระแทกหมัดใส่หัวต้าไป๋จนปูดโปน พูดเสียงเกรี้ยวว่า “เจ้าช่วยเป็นสุนัขที่ดีหน่อยไม่ได้หรือ ไยต้องเป็นผู้ชายด้วย”
ต้าไป๋ทำหน้าอมทุกข์ แต่หลานเยว่กลับป้องปากขำเบาๆ “เกรงว่าพี่ไป๋คงต้องผิดหวัง ข้าน้อยขายศิลปะหาใช่เรือนร่าง”
“เช่นนั้นก็ขอขับร้องสุดความสามารถแล้วกัน” อันหลินคิดในใจว่าอย่างไรเสียก็มีเงิน ถ้าจะฟังย่อมต้องฟังบทเพลงที่ดีที่สุด
หลานเยว่พยักหน้า มือเรียวงามเริ่มร่ายรำบนพิณ ท่วงทำนองอันงดงามผสานด้วยเสียงร้องอันอ่อนหวานเพราะพริ้ง ทำให้อันหลินกับต้าไป๋ที่อยู่ในห้องรู้สึกผ่อนคลายไปทั้งตัว
หญิงที่สวมตู้โตวสีแดงกับหญิงชุดขาวรินสุราให้อันหลินและต้าไป๋อย่างรู้งาน
เสียงดนตรีไพเราะจับใจเคล้าคลอ อันหลินคิดว่าได้เวลาจัดการธุระแล้ว
อันหลิน “ต้าไป๋ บอกมาตามตรง เจ้าแปลงร่างจากผู้ชายใช่ไหม”
ต้าไป๋กำลังลิ้มรสสุรา สดับฟังบทเพลง บัดนี้เมื่อได้ยินคำถามของอันหลิน ก็ทำหน้ามุ