พราะอะไร ในสมองของอันหลินเกิดนึกถึงสำนวนนั้นขึ้นมา ‘ยามนิ่งดุจพรหมจารี เมื่อขยับเหมือนกระต่ายซุกซน…’
เขาส่ายหน้าหวือ ไม่มองอีก มุ่งหน้าสู่ยอดเขาแสงสวรรค์ต่อไป
บนยอดเขาแห่งแสงสวรรค์ มีหอน้ำแข็งสยบปีศาจหลังหนึ่ง
มันเป็นสีขาวแวววาว บริสุทธิ์ผุดผ่องเจิดจ้าเป็นล้นพ้นภายใต้แสงตะวันสาดส่อง และมีลำแสงสีรุ้งพุ่งผ่านเป็นครั้งคราว แลดูงดงามอย่างยิ่ง
ก่อนหน้านี้อันหลินเคยทอดมองไกลๆ ก็ตกตะลึงแล้ว ยามนี้ปีนถึงยอดเขาพอดี จะได้ชื่นชมให้หนำใจสักที
ย่างเท้าเยื้องย่างมาตลอดทาง เดินอยู่เนิ่นนาน พระอาทิตย์เริ่มคล้อยตกไปทางเส้นขอบฟ้าช้าๆ ผืนฟ้าก็แปรเปลี่ยนเป็นสีสลัว มีแสงตะวันหลากสีฉาบท้องนภา เจิดจ้าอย่างยิ่ง
เมฆสีทั้งหลายแหล่ลอยล่องบนเวหา รูปร่างของมันมีหลากหลาย เคลื่อนไหวไม่หยุด
สีสันของก้อนเมฆ ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ประเดี๋ยวเป็นเหมือนก้อนสำลีสีขาว ประเดี๋ยวก็เหมือนเกลียวคลื่นสีทอง ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง ก็เป็นดุจเทพธิดางดงามที่สวมกระโปรงแดงเพลิงร่ายรำบนอัมพร
“น่าสนุกเกินไปแล้ว การเปลี่ยนแปลงของแสงสายัณห์สวยงามขนาดนี้เชียวเหรอ”
อันหลินหยุดเดิน ทอดมองเมฆสีบนท้องฟ้าพลางชมไม่หยุดปาก
ทว่าไม่นานเมฆสีก็รวมตัวกันช้าๆ เปลี่ยนจากสีทองเป็นสีแดง สุดท้ายก็กลายเป็นสีแดงก่ำ
“ฝนจะตกแล้วเหรอ” อันหลินย่นคิ้ว ไม่มองตะวันยกแสงบนฟากฟ้าอีก มุ่งหน้าขึ้นยอดเขาอีกครั้ง
ตรงสันเขา ชายผมเงินแหงนหน้ามองเมฆสีที่รวมตัวกัน