“ใช่ ข้ารักสัตว์มาก แถมข้ายังเลี้ยงวานรน่ารักไว้ตัวหนึ่งอีกด้วย!” อันหลินทอดมองยอดไผ่ ตะโกนลั่นว่า “เจ้าอัปลักษณ์ ลงมา!”
ต้นไผ่สั่นไหวครู่หนึ่ง จากนั้นวานรจิ๋วตัวหนึ่งก็เหาะลงมาจากฟ้า กระโดดไปเกาะบนไหล่ของอันหลิน
มันดวงตากลมโตดุจโคมไฟ จมูกเชิดขึ้นฟ้า ปากบิดเบี้ยว รวมถึงกระเล็กๆ ทั้งหลายแหล่ แลดูทั้งน่ารักและน่าชัง
เจ้าอัปลักษณ์ฉีกยิ้มให้ทังซือหยวน เผยรอยยิ้มอันน่าเกลียด จากนั้นก็แคะจมูก…
“เจ้าอัปลักษณ์ ทำได้ดี!” อันหลินส่งกระแสจิตชื่นชม
(ได้เห็นความชอบอันมีเอกลักษณ์และรสนิยมในความงามที่พิลึกของฉันแล้วล่ะสิ ตกใจหรือเปล่า)
เมื่อเห็นดวงตาเบิกกว้างของทังซือหยวน อันหลินคิดว่าแผนการของเขากำลังก้าวสู่ความสำเร็จแล้ว!
“ในวงการบำเพ็ญเซียนที่มองเพียงภายนอกนี้ สหายอันหลินกลับอยู่ร่วมกับวานรจิ๋วอัปลักษณ์ตัวนี้ได้มีความสุขปานนี้ ช่างเป็นความบริสุทธิ์ที่หายากเสียจริง” ทังซือหยวนได้สติกลับมา ดวงตาคู่งามชำเลืองมอง แลดูตื่นเต้นกว่าเดิม
นางจ้องอันหลิน ใบหน้าขาวผ่องงดงามแดงระเรื่อเล็กน้อย พูดเสียงหวานแผ่วเบาว่า “ก่อนหน้านี้ข้านึกว่า…เจ้าจะชื่นชมเพียงรูปลักษณ์ภายนอกของข้าเท่านั้น ที่แท้เจ้าก็ไม่ใช่คนมองคนที่ภายนอก เช่นนั้น…เจ้าชอบข้าตรงไหนหรือ”
อันหลินงงเป็นไก่ตาแตก
บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความเสน่หาแบบนี้มันคืออะไรกัน! รสนิยมเลวร้ายของเขาตีความแบบนี้ได้ด้วยเหรอ
ชอบเธอที่ตรงไหนงั้นเหรอ ตอบว่าไม่มีตรงไหนท