ี่ชอบเลยได้หรือเปล่า
ไม่สิ…พูดแบบนี้จะถูกนางตบเอาได้!
อันหลินส่ายหน้ายิ้มๆ “ข้าก็พูดไม่ถูกเหมือนกัน หรืออาจเป็นเพียงความรู้สึกชั่ววูบบางอย่างกระมัง ไม่นานความรู้สึกแบบนี้อาจจะจางหายไปก็ได้”
(ใช่แล้ว แนวโน้มแบบนี้แหละ ประโยคนี้เธอน่าจะเข้าใจแล้วสินะ ฉันแค่ถูกชะตากับเธอชอบกลเท่านั้น ไม่ได้สนใจเธอจริงๆ เสียหน่อย!)
ทังซือหยวนได้ฟังก็ก้มหน้าลง แพขนตางอนงามสั่นระริก เม้มปากจิบชาคำหนึ่ง ไม่พูดอะไร และไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ขณะที่อันหลินคิดว่าเขาจะทำสำเร็จแล้ว หญิงตรงหน้าคนนี้ก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง
“ความรู้สึกชั่ววูบบางอย่างงั้นหรือ ประโยคนี้ช่างดีจริงๆ…”
“บางครั้งความรู้สึกก็เป็นเช่นนี้แหละ เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ไม่รู้จะจบสิ้นอย่างไร ไม่คิดเลยว่าจุดนี้ มุมมองของข้ากับสหายอันหลินจะคล้ายคลึงกันเช่นนี้”
อันหลินตะลึงงันอีกครั้ง นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกันแน่…
บทสนทนาของพวกเขาอยู่ในระนาบเดียวกันจริงเหรอ สายตาชื่นชมของนางต้องการอะไรกันแน่!
“สหายอันหลิน อาจารย์และอาจารย์แม่ของข้าเป็นคู่ครองกันหกร้อยปีเต็มๆ แต่สุดท้าย ทั้งสองก็แยกจากกันอยู่ดี เจ้ารู้ไหมว่าเป็นเพราะอะไร” ทังซือหยวนพูดต่อ
“เพราะอะไร หรือมีคนเหยียบเรือสองแคม” อันหลินนึกสนใจขึ้นมา
ทังซือหยวนส่ายหน้า “ไม่ใช่ เป็นเพราะวันหนึ่งอาจารย์หญิงล้มป่วย ใช้กระแสจิตบอกอาจารย์ที่อยู่ไกลห่างพันลี้ อาจารย์ให้ท่านดื่มน้ำอุ่นให้มากๆ จากนั้น ทั้งสองคนก็แย