ประลองแห่งสำนัก รวมกันแล้วสามารถแลกอาวุธคุ้มกันขั้นต้นน้ำดีได้หนึ่งชิ้นแล้ว”
อันหลินกะพริบตาปริบๆ “ได้สี่หมื่นหินวิญญาณหรือ ไม่ใช่…สองหมื่นหินวิญญาณหรือ”
“โอ๊ะ…” ทังซือหยวนปิดปาก รู้ว่าตัวเองเผลอหลุดปากไป ใบหน้างามแดงระเรื่อ
อันหลินจ้องทังซือหยวนอย่างฉงนสงสัย
ทังซือหยวนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็พูดขึ้นว่า “ข้าเห็นแก่ความซื่อตรงของเจ้า จะบอกความลับหนึ่งแก่เจ้า ความจริงการประลองระหว่างข้ากับข่วงเร่อ ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่ตาเจ้าเห็นหรอก…แต่มีคนจ่ายสองหมื่นหินวิญญาณให้ข้า เดิมทีโอกาสในการชนะของข้าไม่สูงอยู่แล้ว ก็เลย เจ้าน่าจะเข้าใจ…”
สองหมื่นหินวิญญาณ…
แผนแบบนี้ อันหลินเข้าใจไหมน่ะหรือ
เขาเข้าใจดีเหลือเกิน! เข้าใจดีจนเขาอยากจะร้องไห้!
อันหลินโดนฟ้าผ่าจนกรอบนอกนุ่มในในพริบตา ริมฝีปากสั่นระริก ไม่รู้ว่าควรสบถว่าอะไรดี
ควรพูดว่าทำไมเจ้าถึงถูกซื้อด้วยราคาแค่สองหมื่นหินวิญญาณ หรือบอกว่าทำไมหนึ่งแสนหินวิญญาณของเขา…ถึงได้แพ้สองหมื่นหินวิญญาณดีล่ะ!
ไม่รู้เพราะเหตุใด เขานึกถึงคำพูดของเซียนพสุธามิ่งหยวนขึ้นมา ‘นี่แหละหนอ…ชีวิต!’
…
อันหลินและทังซือหยวนแยกจากกันแล้ว
เขากลับมายังที่พักของตัวเองและเริ่มขบคิด
ทังซือหยวนได้กำไรสองหมื่นหินวิญญาณ ข่วงเร่อได้ห้าหมื่นหินวิญญาณ เขาขาดทุนสามแสนห้าหมื่นหินวิญญาณ…
จู่ๆ ก็อยากร้องไห้ขึ้นมา!
………………………………
[1] ความคิดอเนกนัย คือ ความคิดหลายทิศทาง หลายแง่หลายมุม