หนึ่งไม่ใช่หรือ ไยถึงตื่นเต้นจนหมดสติไปล่ะ รักจริงงั้นหรือ”
รักจริงเหรอ รักจริงกับป้าแกสิ! ไม่สิ รักจริงกับชิงหัวแกเหรอ!
ตอนนี้ หัวใจที่ไม่ง่ายเลยกว่าจะสงบลงของอันหลินเริ่มปวดหนึบอีกครั้ง “ต้าไป๋ อย่าพูดถึงเรื่องนี้ เรายังเป็นเพื่อนรักกัน”
เมื่อต้าไป๋ได้ยินคำพูดของอันหลิน กลับพูดต่อว่า “ไม่ได้สิ ก่อนไปเซวียนหยวนเฉิงกำชับข้าว่า พอเจ้าฟื้น ให้พาเจ้าไปพบนางสักหน่อย”
อันหลินเบิกตากว้าง “ทำไมต้องไปพบนางด้วย”
ต้าไป๋ยิ้มแบบมีเลศนัย “เจ้าสนใจนางไม่ใช่หรือ อย่างน้อยเซวียนหยวนเฉินก็คิดเช่นนี้ ทังซือหยวนก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน…”
อันหลินกุมหน้าอก ไม่ไหวแล้ว…ปวดใจอีกแล้ว
…
ภายในป่าไผ่แห่งหนึ่ง ณ ยอดเขาเมฆสี
ทังซือหยวนกำลังชงชา มือคู่งามคล่องแคล่วและนุ่มนวล กิริยาถวัดถวัน แลดูสบายตาน่าชม
ตรงข้ามนางเป็นอันหลินที่เริ่มนั่งไม่ติดอยู่บนเก้าอี้
เมื่อเห็นภาพนี้ ทังซือหยวนก็อดยิ้มน้อยๆ ไม่ได้
ไม่คิดจริงๆ ว่า…สหายอันหลินคนนี้ จะเป็นเด็กผู้ชายขี้อายไร้เดียงสา
ความจริงที่อันหลินอยู่ไม่สุข เพราะกำลังคิดว่าจะบอกเรื่องที่ตนไม่ได้สนใจนางสักนิดกับทังซือหยวนอย่างไร
เถรตรงเกินไปไม่ได้ แบบนี้จะทำร้ายความรู้สึก
เช่นนั้นก็มีปัญหาแล้ว จะบอกเรื่องนี้ให้รื่นหูได้อย่างไร
ทังซือหยวน “สหายอันหลิน เจ้าชอบดื่มชาไหม”
อันหลินส่ายหน้า พูดเสียงขึงขังว่า “ไม่ชอบ”
เขารู้วิธีแก้สถานการณ์แล้ว ใช้วิธีที่ความชอบแตกต่างกันนี่แหละ!
มีคว