หยวน พวกอันหลินจึงเดินทางลงใต้ไปเรื่อยๆ ได้เห็นสัตว์หิมะน่าเอ็นดูไม่น้อย และได้กินสัตว์หิมะน่ารักรสอร่อยไม่น้อยด้วยเช่นกัน
รสชาติของแคว้นเฟิงหยวนมักจะค่อนไปทางเผ็ด ถูกปากอันหลินเป็นอย่างมาก สองสามวันนี้เข้าร้านอาหารช่างเบิกบานใจนัก หากเป็นไปได้ เขาสามารถเที่ยวเล่นในแคว้นเฟิงหยวนได้ถึงสิบกว่าปี ถุย กินสิบกว่าปีต่างหาก!
พวกเขาตระเวนกินมาตลอดทาง จนถึงประตูสำนักเซียนหมื่นชีวิตโดยไม่รู้ตัว
นี่เป็นสุดยอดสำนักที่สามที่อันหลินมาเยือน
อดพูดไม่ได้ว่า สำนักแห่งนี้ให้ความรู้สึกยอดเยี่ยมที่สุด!
เมื่อมองผ่านประตูเข้าไป จะเห็นยอดเขาตั้งตระหง่าน โอบล้อมด้วยเมฆาขาว บ้านเรือนที่สร้างติดขุนเขาเปล่งประกายระยิบระยับภายใต้แสงอาทิตย์ และมีถ้ำเทวาสถิตมากมายซ่อนตัวอยู่ภายใน มีเซียนขี่กระบี่เหาะออกมาอยู่บ่อยครั้ง
“สวัสดี ไม่ทราบว่าสหายมาที่นี่ด้วยธุระอันใด”
เมื่อเห็นพวกอันหลิน ทหารยามเฝ้าประตูสำนักนายหนึ่งจึงยกมือขึ้นคารวะพลางเอ่ยถาม
อืม…รู้สึกว่าทัศนคติในการบริการขององครักษ์แห่งสำนักเซียนหมื่นชีวิต ก็ยอดเยี่ยมที่สุดที่เขาเคยพบเจอมาเช่นกัน!
“สวัสดี ข้าชื่ออันหลิน เป็นสหายของเซวียนหยวนเฉิง ครานี้ตั้งใจมาเยี่ยมเยียน โปรดช่วยแจ้งให้ที” อันหลินก็ตอบไปอย่างสุภาพเช่นกัน
ทหารยามได้ฟังคำอันหลิน สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที เคารพนอบน้อมกว่าเดิม “ที่แท้ก็สหายของนายน้อยเซวียนหยวนนี่เอง ข้าจะไปรายงานเดี๋ยวนี้!”
ไม่นานเซวียนห