หวาดหวั่น
“บอกเจ้าตอนอยู่แดนมนุษย์แล้วว่าอย่าดูหนังสยองขวัญให้มาก ตอนนี้กลัวแล้วหรือ” อันหลินเบะปาก พูดอย่างนิ่งเฉย
เขาถือเป็นคนที่ค่อนข้างใจกล้า ไม่ว่าบรรยากาศจะวิเวกวังเวงมากขนาดไหน ก็ไม่อาจทำให้เขากลัวได้
จุดนี้สามารถพิสูจน์ได้จากวีรกรรมที่หลอกเถียนหลิงหลิงจนร้องไห้ ทำผีสาวตาโบ๋ร้องไห้ตอนอยู่แดนมนุษย์
“เอาอย่างนี้ ข้าจะเดินนำหน้าเอง!”
อันหลินคิดว่าได้เวลาแสดงความมาดแมนแล้ว จึงพูดพร้อมกับตบหน้าอกปุๆ
เพิ่งก้าวไปข้างหน้า ขาข้างหนึ่งของเขาก็เหยียบอากาศ ร่างกายร่วงลงไปอย่างรวดเร็ว
“ช่วยด้วย! อ๊าก…”
อันหลินตกใจจนร้องโหยหวน ผีน่ะเขาไม่กลัว แต่เขากลัวความสูง!
ไม่รู้ว่าตกลงไปมากเท่าใดจึงจะนับว่าน่ากลัวที่สุด!
“อันหลิน!”
“พี่อัน!”
คนที่เหลือตะโกนด้วยความตกใจ
“ไม่…ข้าไม่เป็นไร” อันหลินขี่ก้อนอิฐแล้วเหาะขึ้นมาช้าๆ ขวัญหายจนเหงื่อโชก
ระหว่างที่เขาตกลงไป คล้ายว่าจะเห็นดวงตาสีเขียวนับไม่ถ้วน แต่เมื่อกะพริบตาก็หายไปเสียแล้ว มันทำให้เขารู้สึกกระสับกระส่าย
อันหลินกลับขึ้นมาด้านบนอีกครั้ง เมื่อใช้พลังเซียนเปลวเพลิง พบว่าด้านหน้าเต็มไปด้วยรอยแยกประหนึ่งใยแมงมุม
“หากไม่มีแสงไฟ ไม่มีทางเดินได้เลย” ต้าไป๋กวาดตามองแวบหนึ่งแล้วพูดต่อว่า “ถ้าอย่างนั้นพวกเราผลัดกันใช้พลังเซียนส่องแสงดีไหม”
อันหลินถอนหายใจ “คงต้องทำอย่างนั้นแล้วล่ะ ทุกคนใช้พลังเซียนระวังลมปราณด้วย ไม่อย่างนั้นหากเจอศัตรูเข้าจะยุ่ง”
พูดจบ เ