ม็ดแล้ว ผู้อาวุโสจูก็นอนแผ่อยู่บนเก้าอี้ โบกมือไล่ชายคนนั้นเป็นเชิงบอกให้ออกไปก่อน
“สุนัขขนสีขาวมีป้ายอาญาสิทธิ์ของข้างั้นหรือ หรือจะเป็นลูกชายของไป๋เซียน”
ผู้อาวุโสจูทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ “คุณพระ ไป๋เซียนยอมให้ลูกชายของเขาเป็นสัตว์คู่กายของชายคนนั้นงั้นหรือ ไม่สิ…ขนาดวานรที่ใช้ไฟตัวนั้นยังเป็นสัตว์เลี้ยงของชายคนนั้นได้เลย อันหลินคนนั้นมีอะไรพิเศษจริงๆ งั้นหรือ”
ผู้อาวุโสจูคิดว่ารู้ข้อมูลเกี่ยวกับอันหลินน้อยเกินไป ต้องตรวจสอบให้ละเอียดอีกหน่อย
อืม เพื่อหลานสาวอย่างสวีเสี่ยวหลาน เขาจำต้องตรวจสอบให้แน่ชัด
ทว่าวันต่อมา ก็มีข่าวสะเทือนวงการอีกครั้ง ทำเอาผู้เป็นอาอย่างผู้อาวุโสจูตกใจจนสะดุ้งโหยง
ตะลึง! ชายลึกลับพาเทพธิดาสวีหนีออกจากสำนักวิหคชาดแล้ว!
ข่าวนี้มีต้นตอมาจากบุคคลนิรนามผู้ไม่ประสงค์ออกนาม และไม่นานก็ได้รับการยืนยัน
หนึ่งวันต่อมา
บนนภาของแคว้นเทียนเหอทางตะวันออกเฉียงใต้ของแดนจิ่วโจว
ก้อนอิฐสีดำขนาดใหญ่ที่ปกคลุมด้วยม่านแสงสีทองพุ่งผ่านไป
“ผ่อง[2]”
“ผ่อง!”
“น็อค!”
“ฮ่าๆ”
“ชิงอีเส้อ[3] ชนะแล้ว!”
อันหลินหัวเราะร่า ได้หินวิญญาณเพิ่มอีกเป็นกองแล้ว
บนโต๊ะนกกระจอก สวีเสี่ยวหลานทอดถอนใจ เจ้าอัปลักษณ์เกาหัว ต้าไป๋ทำหน้าทุกข์ระทม
อันหลินสมกับเป็นเจ้าแห่งไพ่กระจอก ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เชื่อ บัดนี้กลับตกที่นั่งลำบากเสียแล้ว
ตลอดทั้งวันนี้ เขาชนะได้มาหลายพันหินวิญญาณแล้ว
คนที่เหลือนอกจากสวีเสี