พันเมตร
ขณะนั้นเอง อากาศรอบข้างก็เริ่มเย็นยะเยือก อับชื้น แสงสว่างก็มืดจนแทบจะไม่มีให้เห็น
ไฟฉายของเจ้าอัปลักษณ์ก็ยังคงส่องไม่ถึงก้นเหว
ตอนนี้ห่างจากผิวดินสองพันเมตรแล้ว
สามพันเมตร
ห้าพันเมตร
แปดพันเมตร
…
อากาศก็เริ่มเบาบางลงมากแล้วเช่นกัน
หากไม่ใช่เพราะพวกอันหลินบำเพ็ญเพียรกายแห่งมรรค เกรงว่าคงจะขาดอากาศหายใจไปนานแล้ว
เงยหน้ามองขึ้นไป ท้องฟ้ากลายเป็นเส้นสีขาวแล้ว
เพราะมีก้อนหินขรุขระ รวมถึงชั้นหินของเหวลึกที่ปูดโปนไม่เป็นระเบียบ จึงเห็นเส้นสีขาวเพียงรำไร
รอบตัวมืดมิด เงียบสงัด
มีเสียงน้ำหยดดังกังวานชัดเจนเป็นครั้งคราว ที่เหลือมีแต่เสียงหายใจเนิบนาบของทุกคน
“ถึงแล้ว ข้ามองเห็นก้นเหวแล้ว!” จู่ๆ เจ้าอัปลักษณ์ก็โพล่งขึ้นมา
ทุกคนได้ฟังก็อดถอนหายใจด้วยความโล่งอกไม่ได้
เมื่อเหาะลงมานับหมื่นเมตร ในที่สุดพวกเขาก็ถึงก้นเหวแล้ว!
………………………………
[1] สามเศียรหกกร หมายถึง คนที่มีความเก่งกาจสามารถเหนือคนธรรมดา[2] ผ่อง เป็นคำศัพท์ของไพ่นกกระจอก ไพ่ที่เหมือนกันทั้ง 3 ตัว หรือเรียกอีกอย่างว่า ไพ่ตอง[3] ชิงอีเส้อ หมายถึง เป็นวิธีการชนะอย่างหนึ่งของการเล่นไพ่นกกระจอก ผู้ที่ชนะด้วยวิธีนี้จะต้องมีถือไพ่ชุดที่มีจำนวนระบุอยู่หน้าไพ่เป็นประเภทเดียวกันทั้งหมด
[1] สามเศียรหกกร หมายถึง คนที่มีความเก่งกาจสามารถเหนือคนธรรมดา
[2] ผ่อง เป็นคำศัพท์ของไพ่นกกระจอก ไพ่ที่เหมือนกันทั้ง 3 ตัว หรือเรียกอีกอย่างว่า ไพ่ตอง