หิมของเจ้าอัปลักษณ์กลับกลายเป็นสูญเปล่า นอกจากใบหน้าที่พอจะข่มขวัญพ่อแม่ต้าไป๋ได้บ้างแล้วนั้น เกิดต่อสู้ขึ้นมาจริงๆ คาดว่ายังไม่พอให้แม่ของมันตบด้วยซ้ำ
เฮ้อ…เจ็บปวดจังเลย…
อันหลินคิดว่าตนกำลังมุ่งหน้าสู่ลานประหาร
เมื่อมาถึงที่พักอาศัยของพ่อแม่มัน ก็มีพ่อบ้านออกมาต้อนรับ
พ่อบ้านที่ว่านี้เป็นหมูเดินสองขาตัวหนึ่ง กล้ามเนื้อทั่วร่างกายปูดโปน แลดูแฝงด้วยพละกำลังมหาศาล ใบหน้าเปี่ยมด้วยความเย็นเยือก แค่มองก็รู้ว่าต่อกรได้ยาก
อันหลินมองอย่างตะลึง เรียกมันว่าหมูเพาะกายในใจ
เมื่อหมูเพาะกายเห็นเจ้าอัปลักษณ์ก็แสดงอาการประหลาดใจเช่นกัน แต่มันไม่ได้พูดอะไร เมื่อรู้ว่าต้าไป๋จะพบพ่อกับแม่ ก็เอาแต่เดินนำอยู่ข้างหน้าเงียบๆ
ภายในเรือนสไตล์โบราณหลังหนึ่ง มีสุนัขสีขาวตัวใหญ่สองตัวกำลังหมอบอยู่บนเบาะที่สานจากหญ้าเซียนอันอ่อนนุ่มอย่างเกียจคร้าน
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้ามาหาพวกท่านแล้ว โฮ่ง!” ต้าไป๋เดินเข้าไปก่อนแล้วเอ่ยปากขึ้นมา
อันหลินก็ตามเข้าไปด้วยใจที่ตึงเครียดอย่างยิ่ง
จากนั้น เขาก็เห็นสุนัขสีขาวที่น่ารักและองอาจตัวหนึ่ง กับสุนัขสีขาวที่รูปร่างยาวกว่าเล็กน้อย หน้าตางดงามอ่อนหวาน…
ให้ตายเถอะ ทำไมรู้สึกเหมือนเป็นเวอร์ชันก็อปปี้ของต้าไป๋กับชิงหัวเลยล่ะ!
ตอนแรกเขาคิดว่าสุนัขที่มีสมญานามว่าจอมราชันแห่งสัตว์เซียน จะเป็นสุนัขที่เย้ยปฐพีและอหังการเสียอีก
แต่ทว่าเมื่อมองต้าไป๋แล้วมองพ่อของมัน อันหลินก็งุนงงนิดหน่