ไปแล้ว นางจะดูแลตัวเองได้”
เพื่ออนาคตของต้าไป๋ อันหลินกลับรู้สึกว่าจะตัดสินใจส่งเดชเช่นนี้ไม่ได้ พูดอย่างเคร่งขรึมว่า “เจ้าทำเช่นนี้ เรื่องทายาทสืบทอดจะทำอย่างไร พ่อแม่เจ้ายอมหรือไม่ อีกอย่าง เมื่อมาอยู่กับข้า อาจจะไม่ได้เจอสุนัขตัวเมียที่สวยขนาดนี้อีกแล้ว เจ้าต้องเตรียมใจให้พร้อม ถึงตอนนั้นเจ้าโดดเดี่ยวอ้างว้าง อย่ามาหาข้าเชียวนะ…”
“นี่มัน…” เหมือนว่าต้าไป๋จะตระหนักได้ถึงความร้ายแรงของปัญหาแล้ว
เมื่ออันหลินเห็นฉากนี้ ก็เปิดอกพูดว่า “เจ้าต้องการชิงหัวไหม”
“ต้องการชิงหัวหรือ” ต้าไป๋หน้าแดงก่ำ โต้กลับไปว่า “ข้าไม่ต้องการชิงหัวหรอก ข้าเห็นนางเป็นน้องสาวเท่านั้น!”
อันหลินได้ฟังคำตอบของต้าไป๋ ก็พอจะรู้แล้วว่าต้าไป๋ยังไม่ถึงวัยสืบพันธุ์ จึงรู้สึกโล่งใจ แต่กลับสอนสั่งเกลี้ยกล่อมด้วยเจตนาดีว่า “แม้จะเป็นเช่นนี้ เจ้าก็จะมองนางเป็นน้องสาวไม่ได้”
เมื่อต้าไป๋ได้ฟังก็ชะงักไป “จะให้ข้าแต่งงานกับนางหรือ ข้าไม่เอา โฮ่ง!”
อันหลินส่ายหน้า พูดยิ้มๆ ว่า “ข้าไม่ได้ให้เจ้าแต่งงานกับนางเสียหน่อย ความหมายของข้าคือ…ไม่ต้องมองเป็นน้องสาว ให้นางเป็นยางอะไหล่!”
“ยางอะไหล่คืออะไร” ต้าไป๋งงเป็นหมาตาแตก
อันหลินยิ้มอย่างมีเลศนัย “ยางอะไหล่ก็คือตัวสำรองของภรรยา เจ้าไม่ต้องประกาศสถานะความสัมพันธ์กับนาง แต่เจ้าต้องทำดีกับนาง อ่อนโยนกับนางหน่อย”
“เจ้าลองคิดดูสิ เมื่อเจ้าไปจากสำนักสัตว์เทพ ก็จะอยู่ต่างถิ่นกับชิงหัว นี