น ฉะนั้นเกมนี้ล้วนต้องอาศัยการสันนิษฐานและเล่นละคร
อันหลินเป็นผู้ดำเนินเกมก่อน ทุกคนเล่นไม่กี่ตาก็เริ่มคล่องแล้ว
จากนั้น พวกเขาก็เริ่มเล่นกันอย่างสบายอกสบายใจ
“ปังๆ ๆ…”
ดนตรีประกอบเป็นเสียงที่ลูกบอลสีขาวปล่อยลำแสงใส่ก้อนอิฐสีดำ ฟังดูเหมือนเพลงแดนซ์ สนุกไม่เบาเลย
ปกติเสี่ยวหงเป็นดอกไม้ที่ว่าง่าย ยามนี้เพราะเล่นเกมฆ่าหมาป่า จึงกลายเป็นนักแสดงชั้นหนึ่ง แสดงอะไรก็สมจริงไปเสียหมด ทำเอาแยกแยะได้ยาก เป็นฝันร้ายของฝ่ายศัตรูชัดๆ
แม้แต่อันหลินก็ตกใจ ราวกับได้รู้จักเสี่ยวหงใหม่อย่างไรอย่างนั้น
มันควบคุมสีหน้าท่าทางของตัวเอง รวมถึงการวิเคราะห์สีหน้าท่าทางของคนอื่นได้อย่างยอดเยี่ยม!
ในด้านนี้ เสี่ยวหงเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง
ผ่านไปครู่ใหญ่ จู่ๆ ร่างที่สวมชุดขาวพลิ้วไหวก็ปรากฏตัวข้างๆ อันหลิน ทำเอาเขาตกใจจนสะดุ้งโหยง
“มนุษย์หมาป่าสองคน ชาวบ้านสามคน แม่มดหนึ่งคน…แบ่งแบบนี้ไม่สมเหตุสมผลเลย จากการคำนวณของข้า ในสถานการณ์แบบนี้ ความเป็นไปได้ที่ชาวบ้านจะชนะคือ สี่สิบหกจุดเจ็ดหกสี่เก้าเปอร์เซ็นต์…”
ทุกคนมองไป๋หลิงอึ้งๆ ไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ นางถึงโผล่มาแล้วพูดแบบนี้ หมายความว่าอย่างไรกัน
ไป๋หลิงไม่สนใจสายตาของทุกคน แววตาเจือความตื่นเต้น “หากว่ามีมนุษย์หมาป่าสองคน ชาวบ้านสี่คน แม่มดหนึ่งคน ความสมดุลของเกมจะเพิ่มขึ้นมากทีเดียว”
อันหลินได้ฟังก็กระตุกมุมปาก พยายามทำใจให้สงบ “แล้วความหมายของเจ้าคือ”
“ขอข้าเล่นด