้อนกลับ
เมื่อพ้นประตูใหญ่ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาเป็นลานเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยรูปแกะสลัก
“บัดซบ!” เมื่ออันหลินเห็นฉากนี้หนังตาก็กระตุก สบถด่าทันที
แน่นอนว่า ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เคยมาที่นี่เลย
“ให้ตายเถอะ ถูกหลอกอีกแล้วหรือ”
อันหลินกวาดสายตามองไปรอบตัวอย่างวิตกกังวล เกรงว่าไป๋หลิงผู้สวมชุดขาวพลิ้วไหวจะโผล่มา บอกพวกเขาว่าเข้าสู่การทดสอบอะไรสักอย่างอีก
ทุกคนยืนนิ่งอยู่กับที่ กลั้นหายใจรวบรวมสมาธิหนึ่งนาที พบว่าไม่มีสถานการณ์ผิดปกติอะไรเกิดขึ้น จึงอดถอนหายใจไม่ได้
“คุณพระ ที่นี่ไม่มีเหตุผลจริงๆ ใช่ไหม”
เหมียวเถียนลูบหน้าอกป้อยๆ ทำท่าหวาดระแวง
“ย้อนกลับทางเดิมจะเจอห้องลับที่แตกต่างกัน ทำอย่างไรถึงจะเจอทางออกเล่า” จงหย่งเหยียนขมวดคิ้ว
อันหลินก็ทำหน้าจนปัญญา “อย่างไรเสียก็หยุดอยู่ที่เดิมไม่ได้”
ทุกคนเดินรอบลานเล็กแห่งนี้ แต่ก็ไม่พบอะไร
ส่วนรูปแกะสลักพวกนั้น มีทั้งรูปร่างประหลาด ทรวดทรงงดงาม เต็มเปี่ยมด้วยสุนทรียภาพ
นอกจากนี้ ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษเลย
อันหลินเกิดความคิดบางอย่าง ใช้กล้องถ่ายรูปพลังงานแสงอาทิตย์บันทึกรูปแกะสลักบนลานเล็กแห่งนี้ไว้ทั้งหมด
ช่วงนี้ผลึกหินสะท้อนภาพแพงเหลือเกิน กล้องถ่ายรูปนี่แหละมีประโยชน์ใช้สอย
จากนั้นพวกเขาก็เข้าไปในประตูอีกบาน
หลังก้าวพ้นประตู พวกเขาก็ยืนนิ่งกับที่อีกหน
พวกเขามาถึงสถานที่แปลกพิลึก
รอบตัวไม่ใช้พื้นที่ปิดอีกต่อไป แต่ทุกอย่างมืดขมุกขมัว ไม่มีขอบเขต ไม่มี