้วยความฉงนใจ
หรือจะมีคนอยู่บนยอดเขาจริง จึงวางค่ายกลป้องกันไว้
อันหลินไม่แน่ใจ จึงตะโกนเสียงดังว่า “สวัสดี ไม่ทราบว่ามีใครอยู่ไหม!”
เสียงของเขาก้องกังวาน น่าจะไปถึงยอดเขาได้
ขณะเดียวกัน บนยอดเขาสูง
มีสวนดอกท้อขนาดเล็กอยู่แห่งหนึ่ง
ดอกท้อสีแดงบานสะพรั่ง ดุจดอกไม้ในเดือนสี่ของแดนมนุษย์
หยิงสาวที่สวมชุดนักพรตสีขาวกำลังถือพู่กันนั่งวาดรูปอยู่ใต้ต้นไม้
สีหน้าของนางผ่อนคลาย พวงแก้มแดงระเรื่อ ดวงตาคู่งามจดจ่ออยู่กับภาพวาดที่ยังวาดไม่เสร็จบนกระดาษสีขาว
ขณะนั้นเอง ก็มีเสียงดังมาจากตีนเขา
เสียงดังกึกก้อง สะเทือนกลีบดอกท้อบนต้นไม้จนร่วงโรยลงมา
หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่สนใจเจ้าคนไร้มารยาท
อย่างไรเสียเรื่องแบบนี้ก็ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรก เมื่อคนข้างล่างทำอะไรกับค่ายกลไม่ได้ ก็จะจากไปอย่างยอมจำนนเอง
อันหลินตะโกนลั่น พบว่าไม่มีใครตอบกลับ ก็อดผิดหวังไม่ได้
แต่จะทำอย่างไรได้ ไม่ง่ายเลยกว่าจะมาถึงที่นี่ จะถอดใจได้อย่างไร
น่าจะไม่มีใครอยู่ข้างบน เราขึ้นไปแค่เดี๋ยวเดียว คงจะไม่มีปัญหา…
เขาลังเลครู่หนึ่ง สุดท้ายดวงตาคู่นั้นก็กลายเป็นสีขาว
เปิดใช้งานวิชาญาณทิพย์!
วิเคราะห์ช่องโหว่ของค่ายกล…
ชั่ววินาทีนั้น ทุกอย่างอันตรธานหายไปในสายตาของเขาแล้ว
สิ่งเดียวที่คงอยู่ มีเพียงลวดลายค่ายกลขนาดใหญ่ที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง
เส้นทางการทำงานของพลังปราณ ศูนย์กลางค่ายกล จุดเชื่อมต่อทั้งหลาย และช่องโหว่…
ทุกสิ่งเหล่าน