็ขี่ก้อนอิฐเหาะไปยังภูเขาเมฆา
หลังเข้าสู่ชั้นเมฆ ก็เหาะขึ้นไปตามความสูงของภูเขา
เขาเมฆาเปี่ยมด้วยพลังปราณ ยิ่งเหาะสูงมากเท่าใด พืชพรรณนานาชนิดก็ยิ่งเจริญงอกงาม มีดอกไม้ประหลาดเบ่งบานตามซอกเขา
ภูตวานรโผล่มาตามต้นไม้อยู่บ่อยๆ และเห็นนกกระเรียนมงกุฏแดงที่โบยบินรอบภูเขาเป็นครั้งคราว
‘คุณพระ เขาเมฆาคงไม่ใช่ฐานที่มั่นของสำนักใหญ่อะไรหรอกนะ’ อันหลินคิดในใจ
เพราะทัศนียภาพแบบนี้หาได้ยากเหลือเกิน คนที่ไม่รู้ ต้องคิดว่าเผลอเข้ามาในดินแดนเซียนสักแห่งเป็นแน่
ภูเขาชะโงกเงื้อม แม้จะมีของวิเศษไม่น้อย แต่โชคดีที่ไม่มีสัตว์ประหลาดที่มีพลังแก่กล้า
สภาพการณ์นี้ทำให้เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก หากว่าเจอสัตว์ภูตสักสองสามตัวละก็ เกรงว่าการเหาะเหินครั้งนี้คงไม่สนุกแน่
อันหลินเหาะเหินพลางคำนวณความสูง ขณะที่บินขึ้นมาสูงเก้าพันจั้งแล้ว ก็เห็นยอดเขาอยู่ไกลๆ แล้ว
ยอดเขาสูงเป็นสีชมพู แลดูคล้ายดอกท้อนิดหน่อย
ปึก!
จู่ๆ ก็มีเสียงชนดังสนั่นหวั่นไหว
ราวกับว่าศีรษะของอันหลินชนกับกำแพงไร้รูปร่าง ตาลายขึ้นมาโดยพลัน
ก้อนอิฐสีดำเกือบจะเสียการทรงตัวตกลงจากยอดเขาสูง
“โอ๊ย! อะไรกันเนี่ย!”
เขาร้องลั่นอย่างหวาดผวา เงยหน้าขึ้นมองเหนือศีรษะ
แต่ว่า สิ่งที่เห็นกลับเป็นทิวทัศน์อันงดงามของยอดเขา ไม่พบอะไรระหว่างทาง
อันหลินยื่นมือออกไปลูบอากาศอย่างลังเล ปรากฏว่าสิ่งที่สัมผัสได้คือกำแพงไร้รูปร่าง
“อืม…หรือนี่จะเป็นค่ายกลป้องกัน” เขาพึมพำด