ยิ้ม เช็ดน้ำลายที่ไหลออกมา
เขาพูดยิ้มๆ ว่า “ข้าคิดว่า สิทธิ์ในไข่สองฟองนี้ ตัดสินด้วยการประลองยุทธ์เป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว”
เจ้าอัปลักษณ์ชูมือขึ้นทันที “ข้าเห็นด้วย!”
จากนั้นหนึ่งคนหนึ่งวานรก็มองหน้ากันยิ้มๆ
เหมียวเถียนและพวกลั่วจื่อผิงเบิกตากว้าง ลางสังหรณ์ที่ไม่ดีอย่างยิ่งเริ่มผุดขึ้นมา
…
ปึกปักๆ…เพี๊ยะๆ…ตึกตัก…ผลัวะ…
รอบกองไฟ สมาชิกสี่คนนอนแอ้งแม้งใบหน้าบวมปูดอยู่บนพื้น
เหมียวเถียนน้ำตาคลอ สูดน้ำมูก “ข้าไม่เคยพบเจอคนที่หน้าด้านไร้ยางอายเช่นนี้มาก่อนเลย”
จงหย่งเหยียนตีหน้ายักษ์ “ให้ตายสิ ป่าเถื่อนจริงๆ ทั้งๆ ที่แก้ไขด้วยปากได้ ไยต้องใช้กำลัง!”
ซุนเซิ่งเหลียนมองอันหลินด้วยสีหน้าราวกับจะบ่งบอกว่าเห็นธาตุแท้แล้ว “ไม่คิดเลยว่าข้าจะมีหัวหน้าแบบนี้…”
ลั่วจื่อผิงกุมกล้ามเนื้อที่ปวดเมื่อย แสดงสีหน้าจะมุมานะบากบั่นเพื่อความก้าวหน้า “ข้าจะทะลวงขั้นสู่ระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณให้เร็วที่สุด เพื่อจะชำระแค้นไข่ฟองนี้!”
เมื่อเทียบกับความเคียดแค้นของทั้งสี่คน
อันหลินกับเจ้าอัปลักษณ์กลับกินไข่ใบที่สองอยู่อีกมุมหนึ่งอย่างสุขสม ช่างสาแก่ใจเสียจริง!
รสชาติมันช่างอร่อยเหลือเกิน!
รุ่งอรุณ พวกเขาเรียกขวัญและกำลังใจอีกครั้ง ออกเดินทางต่อไป
ครั้งนี้ พวกเขาจะออกค้นหาและล่าสัตว์ประหลาดอย่างวิหคหกปีกกับวิหควายุเป็นหลัก
เหตุผลน่ะเหรอ หึๆ…พวกคุณเข้าใจดี
การค้นหาของอร่อยกลายเป็นความอภิรมย์แห่งการทดสอบประจำปีของพวก