ให้ตายสิ จะให้ข้าหลับตาควรจะปิดตาข้าไม่ใช่หรือ ทุบท้ายทอยหมายความว่าอย่างไร!”
ผู้ที่ฟาดเขาคือกระบองเงินของเจ้าอัปลักษณ์นั่นเอง
แต่ผู้ที่ถือมัน กลับเป็นสวีเสี่ยวหลานที่กำลังตีหน้ายักษ์
หญิงสาวคนนั้นคือ เสี่ยวหงที่กลายร่างเป็นมนุษย์กะทันหันนั่นเอง
เสี่ยวหงกะพริบตาปริบๆ ไม่ค่อยเข้าใจเท่าใดนักว่าทำไมสวีเสี่ยวหลานต้องฟาดอันหลิน
“รีบใส่เร็วเข้า!”
เซวียนหยวนเฉิงหันหลังไปนานแล้ว
ส่วนเจ้าอัปลักษณ์ ไม่มีปฏิกิริยาใดเลยแม้แต่นิด
ซูเฉี่ยนอวิ๋นเหลียวมองเสี่ยวหง
หญิงสาวที่อ่อนต่อโลกอย่างซูเฉี่ยนอวิ๋นรู้สึกละสายตาไม่ได้
“เสี่ยวหง จุดกำเนิดพลังปราณของเจ้าก่อตัวแล้วหรือ” สวีเสี่ยวหลานถามอย่างสงสัยหลังสงบสติอารมณ์ลงแล้ว
“อืม ใช่แล้ว ชั่ววินาทีที่นายท่านทะลวงขั้น จุดกำเนิดพลังปราณของข้าก็ก่อตัวสำเร็จด้วยเช่นกัน!”
“จะว่าไปความรู้สึกแบบนั้นช่างอัศจรรย์เหลือเกิน ราวกับตัวข้าเชื่อมกับนายท่านเลย”
สวีเสี่ยวหลานหน้าแดง แย้งขึ้นมาทันทีว่า “เสี่ยวหง ข้าคิดว่าตอนเจ้าเป็นดอกไม้น่ารักกว่า”
เสี่ยวหงพยักหน้ารัวๆ พูดอย่างเห็นด้วยว่า “ฮ่าๆ พี่เสี่ยวหลานก็คิดเช่นนี้เหมือนกันหรือ”
“ข้าคิดว่าหลังจากที่ข้ากลายร่างเป็นมนุษย์แล้ว สิ้นเปลืองพลังปราณยิ่งนัก”
“แต่สภาพของดอกไม้กลับไม่สิ้นเปลืองพลังปราณมากเท่าใดนัก แถมยังสังเคราะห์แสงได้ด้วย ที่สำคัญคือข้าเคยชินมากกว่า!”
ขณะที่พูด เสี่ยวหงก็กลายร่างเป็นดอกไม้สีแดงที่มีใบไม้และล