แต่ตลอดทั้งวันนี้ พวกเขาฆ่าสัตว์ประหลาดไปแค่ยี่สิบหกตัวเท่านั้น น้อยกว่าเมื่อวานถึงสิบตัว
พวกเขากำลังเดินลึกเข้าไปในเขตหมื่นป่า ตามหลักแล้วสัตว์ประหลาดที่พบก็ควรจะเพิ่มขึ้นด้วย แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด กลับรู้สึกว่าน้อยกว่าบริเวณก่อนหน้านี้เล็กน้อย
ตกกลางคืน ไม่เจอวิหคหกปีกรสโอชานั่นแล้ว ทุกคนได้กินเนื้อกระทิงบาทาทอง
“เฮ้อ ทำไมวันนี้โชคไม่ดีเอาเสียเลย หรือการที่ข้าเลือกจะร่วมลงมือกับพี่อัปลักษณ์ มันเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด” ลั่วจื่อผิงเคี้ยวเนื้อกระทิงอย่างหงุดหงิดใจ พูดด้วยสีหน้าอมทุกข์
“หากมีสัตว์ที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษในละแวกนี้ เช่นนั้นจำนวนของสัตว์ประหลาดก็จะลดน้อยลง เป็นไปได้ไหมว่าพวกเราเข้าสู่อาณาเขตของสัตว์ภูตหรือสัตว์ปราณ” จงหย่งเหยียนพูดอย่างเป็นกังวล
ทุกคนได้ฟังก็จมอยู่ในความเงียบ หากว่าเจอสัตว์ภูตยังดี พวกเขาไม่กลัวเกรง
แต่ถ้าหากเป็นสัตว์ภูตระดับแปลงจิต พวกเขาก็ตกอยู่ในอันตรายแล้ว
เมื่อดวงตะวันลอยขึ้นอีกครั้ง พวกอันหลินก็เลือกจะเดินอีกเส้นทางหนึ่งหลังผ่านการหารือกันแล้ว
จวบจนกระทั่งยามบ่ายคล้อยของวัน พวกเขาล่าสัตว์ไปได้เพียงสิบสามตัว หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าผลลัพธ์จะแย่ยิ่งกว่าเมื่อวาน
“ให้ตายสิ สัตว์ประหลาดตกใจหนีไปหมดแล้วหรือ” อันหลินฉงนใจยิ่งนัก
แต่ในขณะนั้นเอง จู่ๆ ราชาวานรเนตรทองก็หมอบลง เอียงหูแนบหน้าลงกับผิวดิน
จากนั้น เขาก็ลุกพรวดพราด ดวงตาสีทองลุกโชนดุจเปลวไฟ ทอด