ที่พวกเราต้องลงไปยังแดนมนุษย์ ก็เพื่อรักษาความมั่นคงของแดนหนี่วา” อันหลินพูดช้าๆ
เหมียวเถียนได้ฟังก็กะพริบตามองอันหลิน ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ เขาถึงเอ่ยถึงเรื่องนี้
อันหลินพูดต่อว่า “แผ่นดินบรรพกาลกว้างใหญ่ยิ่งนัก ใหญ่จนต่อให้เป็นแผนที่ในปัจจุบันก็ไม่อาจวาดมันได้ทั้งหมด”
“ในตำราเรียนกล่าวว่า แผ่นดินบรรพกาลเป็นแผ่นดินของการเริ่มต้นแห่งสรรพสิ่ง โดยมีผานกู่เป็นผู้สร้าง[1] มีดินแดนเล็กๆ และแดนพิศวงนับไม่ถ้วน แต่ดินแดนใหญ่มีเพียงหนึ่งเดียว”
“ข้ากำลังคิดว่า…ใครเป็นผู้กำหนดคำจัดความของแผ่นดินบรรพกาล คำจำกัดความนี้เป็นความจริงหรือ”
เหมียวเถียนอ้าปากหาว ไม่คิดว่าอันหลินกำลังคิดเรื่องที่น่าเบื่อเช่นนี้ คำถามนี้น่าเบื่อเช่นเดียวกับ ‘ข้ามาจากไหน ข้าจะไปแห่งหนใด’
เหมียวเถียน “คำจำกัดความเป็นความจริงหรือไม่ เจ้าไปถามผานกู่โดยตรงก็รู้แล้วไม่ใช่หรือ”
อันหลิน “…”
เยี่ยม สู้ให้เขาไปถามสวรรค์เลยดีกว่าไหมเล่า
หลังใคร่ครวญชีวิตอยู่พักหนึ่ง อันหลินก็กลับเข้าไปพักผ่อนในกระโจม
ราตรีนี้ผ่านไปอย่างเงียบสงบ
รุ่งอรุณต่อมา ผู้คนก็ก้าวเข้าสู่การเดินทางของการล่าสัตว์ประหลาดต่อไป
วันนี้ สองกำมือของลั่วจื่อผิงกระเหี้ยนกระหือรือยากจะทนไหว เป็นฝ่ายเข้าร่วมกองกำลังของราชาวานรเนตรทอง ร่วมสังหารสัตว์ประหลาดกับมัน สี่คนที่เหลือยังคงอยู่ในสภาพของปลาเค็ม
เดิมทีเมื่อมีลั่วจื่อผิงเข้าร่วมแล้ว แต้มของพวกเขาน่าจะดีขึ้นนิดหน่อย