“ไปอยู่กับพี่อันสักระยะหรือ ฟังดูไม่เลวเลย”
ราชาวานรเนตรทองจมอยู่ในภวังค์ความคิด เห็นได้ชัดว่ากำลังตั้งใจใคร่ครวญคำแนะนำของอันหลิน
พวกลั่วจื่อผิงกลืนน้ำลาย มองราชาวานรอย่างตึงเครียด
พวกเขาไม่อาจอธิบายความรู้สึกที่ย่ำแย่ในตอนนี้ได้ หากว่าราชาวานรตกปากรับคำ เช่นนั้นก็เท่ากับว่า กลุ่มของพวกเขาจะมีสัตว์ภูตระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณขั้นกลางเพิ่มมาอีกตัว
ต้องตื่นเต้นขนาดนี้เลยหรือ!
“ก็ได้ งั้นข้าจะไปอยู่กับพี่อันสักระยะหนึ่ง!”
ผ่านไปครู่หนึ่ง ในที่สุดราชาวานรเนตรทองก็ให้คำตอบ
เมื่อได้ยินคำตอบของราชาวานร อันหลินก็ปลื้มใจ บอกทุกคนอย่างดีใจว่า “ข้าขอประกาศว่า เจ้าอัปลักษณ์จะเป็นสมาชิกใหม่ของกลุ่มเรานับจากนี้ไป!”
ราชาวานรเนตรทองก็ลุกขึ้นเช่นกัน โค้งคำนับให้กับสมาชิกกลุ่มอันหลิน “จากนี้ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย!”
เหมียวเถียนแค่นหัวเราะ “พูดอะไรกันพี่อัปลักษณ์ พวกเราต่างหากที่ต้องขอฝากเนื้อฝากตัว…”
ซุนเซิ่งเหลียน “…”
ในใจจงหย่งเหยียนดุจมีฝูงสัตว์นับหมื่นตัววิ่งผ่าน พยายามฝืนยิ้ม “ฮ่าๆ ท่าทีวาสนาของเราจะแน่นแฟ้น ต่อไปต้องอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขแน่นอน!”
มีเพียงลั่วจื่อผิงที่มีรอยยิ้มผ่อนคลาย “ฮ่าๆ มีลูกพี่ลิงอยู่ ต่อไปการล่าสัตว์ประหลาดก็สบายแล้ว!”
สามคนที่เหลือได้ฟังก็หน้ากระตุก แผดร้องในใจว่า ‘มันใช่ประเด็นสำคัญหรือไง!’
ประเด็นสำคัญคือ ตอนนี้กองทัพของพวกเขามีวานรประหลาดตัวหนึ่งเพิ่มมาต่างหากเล่า!
เซวียจ