หากว่าเขาเลือกหนีละก็ บางทีอาจไม่ต้องเสียยันต์ห้าสิบกว่าแผ่นไป
แต่อันหลินเลือกจะอยู่ต่อ เพื่อช่วยเหลือราชาวานรเนตรทอง
ราชาวานรเนตรทองเดินไปยืนข้างอันหลิน ยกมือขึ้นคารวะแล้วพูดว่า “ขอบคุณเป็นอย่างสูงที่ช่วยข้าไว้”
อันหลินมองราชาวานรอัปลักษณ์อย่างประหลาดใจ “พวกข้าขโมยผลเซียนของเจ้า เจ้ายังจะขอบคุณข้าอีกหรือ”
รอยยิ้มน่าเกลียดปรากฏบนใบหน้าของราชาวานรอัปลักษณ์ “ผลเซียนอยู่ในมือของพวกเจ้า ย่อมดีกว่าตกไปอยู่ในมือของคนชั่วอย่างสหายทรยศ อีกอย่าง ตอนแรกเจ้าเลือกจะหนีไปได้ แต่เจ้ากลับเลือกจะอยู่เพื่อช่วยข้า”
“แค่ประการนี้ ข้าก็ควรจะขอบคุณเจ้าแล้ว”
อันหลินยิ้มอย่างเก้อเขิน หยิบผลเซียนลูกหนึ่งออกจากแหวนมิติ “เอาอย่างนี้…ข้าให้ผลเซียนเจ้าลูกหนึ่ง เพราะเจ้าดูแลมันจนสุกงอมอย่างยากลำบาก ไม่มีแม้แต่โอกาสได้ชิมคงไม่ได้”
ราชาวานรอัปลักษณ์มองผลเซียนที่อันหลินยื่นให้ พลันน้ำตาก็เอ่อล้นดวงตาสุกใสดุจโคมไฟคู่นั้นของมัน
เขาถูกสหายทรยศหักหลัง เรียกได้ว่าเป็นความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสในใจแล้ว
แต่ชั่ววินาทีแห่งความอันตราย มีคนคนหนึ่งลุกขึ้นมาอย่างไม่ลังเล
ไม่เพียงแต่ลงมือช่วยเหลือมัน แต่ยังให้ผลเซียนที่ล้ำค่าอย่างยิ่งแก่มัน…
ทั้งๆ ที่ไม่ต้องทำอะไรเลยก็ได้ แต่คนคนนี้กลับเลือกจะทำ
เพราะอะไร…
ทำไมถึงดีกับมันขนาดนี้…
ราชาวานรรับผลเซียนมา สั่นเทาไปทั้งตัว
น้ำตาเม็ดโตกลิ้งผ่านใบหน้าของมัน ช่างเป็นภาพที่ตื้นตันใจนัก
เซ