“สหายอันหลิน พวกเรารีบใช้โอกาสตอนที่วานรเนตรทองต้านศัตรู หนีกันเถอะ!”
เซวียจั๋วหมิงเห็นอันหลินยืนอยู่ที่เดิม จึงตะโกนบอกเขาด้วยน้ำเสียงร้อนรน
แต่ทว่า อันหลินกลับทำหูทวนลมกับเสียงตะโกนของเซวียจั๋วหมิง ยังคงจดจ้องร่างที่ขวางอยู่ข้างหน้าของตน
เมื่อเหล่าสมาชิกเห็นว่าหัวหน้าไม่หนี ก็หยุดฝีเท้า มองอันหลินอย่างงงงวย
สองรุมหนึ่ง เพียงครู่เดียวราชาวานรเนตรทองก็เสียเปรียบ
หลังสู้กันดุเดือดแล้ว ปีกของราชาปีกเงินก็ฟาดกระบองเงินของราชาวานร ราชาวัวก็อาศัยโอกาสนี้ใช้กระบองทุบหน้าอกของราชาวานร
ปึก!
หน้าอกของราชาวานรถูกกระบองเหล็กทุบจนยุบลงไป มันกระอักเลือดแล้วลงไปเกลือกกลิ้งกับพื้น
ตอนนั้นเอง หางตาของราชาวานรก็เหลือบไปเห็นชายหนุ่มรูปหล่อข้างกาย จึงอดอัดอั้นตันใจไม่ได้ อาเจียนเลือดออกมา พูดอย่างโมโหว่า “ข้าบอกให้เจ้าหนีไม่ใช่หรือ ยืนบื้ออะไรอยู่!”
อันหลินส่ายหน้า มายืนตรงหน้าราชาวานร “คนอย่างข้า ไม่ชอบให้คนอื่นมาสละชีพเพื่อข้า ยืนขวางข้าเป็นที่สุด แม้เหตุผลของการสละชีพ จะไม่ใช่เพื่อข้าทั้งหมดก็ตาม”
“ตอนนี้ที่ข้าอยู่ แน่นอนว่าเพื่อปกป้องเจ้าอย่างไรเล่า”
อันหลินหันไปยิ้มบางๆ ให้ราชาวานร
เมื่อราชาวานรได้ยินประโยคนี้ก็ซาบซึ้งใจ จากนั้นก็ตวาดลั่น “เจ้าโง่หรือ แค่กายแห่งมรรคขั้นสิบ จะปกป้องข้าอย่างไร!”
อันหลินได้ฟังมุมปากก็กระตุก อยากใช้หมัดสะเทือนขุนเขาชกหน้าราชาวานรให้รู้แล้วรู้รอด
ให้ตายสิ! พูดดีๆ ไม่