นั้นหรือ” เหมียวเถียนกะพริบตาปริบๆ จากนั้นก็ทำท่าเหมือนคิดอะไรออก ชูมือขาวหยวกขึ้นสูง ตะโกนเสียงดังว่า “ลูกพี่อัน สู้เขา!”
เมื่ออันหลินได้ยินก็ยิ้มอย่างงดงาม ชูนิ้วโป้งให้คนด้านหลัง เห็นได้ชัดว่ามีความมั่นใจเต็มเปี่ยม
เซวียจั๋วหมิงเห็นฉากนี้ ก็เกิดอาการหน้ามืด
เสร็จกัน คนพวกนี้เป็นบ้ากันไปหมดแล้ว
“หัวหน้า แล้วเราจะทำอย่างไรดี”
เมื่อเห็นว่าพวกอันหลินไม่หนี สมาชิกกลุ่มล่าสัตว์เองก็ใจร้อนรุ่มดั่งเปลวไฟ
เซวียจั๋วหมิงมองร่างที่ยังคงยืนอยู่ข้างหน้าสุด ทำการตัดสินใจบางอย่าง กัดฟันพูดว่า “รออีกสักเดี๋ยว ดูสถานการณ์ก่อนค่อยว่ากัน!”
กระบองเหล็กในมือของราชาวัวแผ่ไอทมิฬอีกครั้ง ควงมันจะฟาดอันหลินด้วยอานุภาพอันน่าตะลึง
อันหลินล้วงยันต์อีกแผ่นออกมา “กระบี่พิฆาตชิงเหอ!”
ลำแสงกระบี่สีเขียวที่สว่างโชติช่วงจะตวัดฟันราชาวัว
เมื่อเห็นลำแสงกระบี่ที่ทรงอานุภาพ ราชาวัวก็ตกใจ รีบควงกระบองเหล็กกำบังตัวเองเป็นพัลวัน
กระบี่พิฆาตชิงเหอยิ่งใหญ่เป็นล้นพ้น แม้ราชาวัวจะเปลี่ยนจากจู่โจมเป็นตั้งรับ แต่ก็ถูกลำแสงกระบี่ฟาดฟันจนถอยกรูด เลือดลมสะดุดไปชั่วขณะ
ขณะนั้นเอง ราชาปีกเงินที่โบยบินอยู่บนนภาก็ฮึดฮัดในลำคอ “ข้าจะขอดูหน่อยว่าเจ้ามียันต์กี่แผ่น คิดจะใช้ยันต์มาเอาชนะพวกข้า เพ้อฝันชัดๆ!”
อันหลินยิ้มจางๆ “งั้นหรือ เช่นนั้นข้าจะให้เจ้าได้เห็นความน่ากลัวของผู้เล่นเศรษฐีก็แล้วกัน!”
“อะไรนะ” ดูเหมือนราชาปีกเงินจะไม่เข้าใจ