เมื่อถึงเมืองติ้งอันของเขตฉู่เหอ สิ่งที่เข้าสู่คลองจักษุคือกำแพงเมืองสูงสิบจั้ง
กำแพงเมืองสร้างจากหินเหล็กดำ ทนทานเป็นที่สุด
เมื่อมองไป ราวกับมีมังกรดำทะมึนตัวหนึ่งโอบล้อมรอบเมือง แลดูโอ่อ่ากว้างใหญ่ สูงตระหง่านตระการตา
หลังนักเรียนทุกคนมาถึงที่หมายแล้ว มือจับผนังเพื่อพยุงตัวเดิน เหน็ดเหนื่อยจนหน้ามืดขาเปลี้ย
เมื่อทหารยามเห็นนักเรียนที่ใบหน้าอิดโรยนับร้อยชีวิตก็สะดุ้งโหยง
ขณะนั้นเอง เซียนกระบี่หลิงเซียวก็เหยียบกระบี่ลอยฉวัดเฉวียนลงมา แสดงเอกสารต่อทหารยาม
พอเหล่าทหารเห็นเนื้อหาในเอกสารแล้ว ก็กลายเป็นเคารพนอบน้อม ไม่เพียงแต่เปิดประตูเมืองเท่านั้น แต่ยังแจ้งเจ้าเมืองอีกด้วย
เจิ้งเชียนชิว เจ้าเมืองติ้งอันทราบข่าว จึงรีบมุ่งหน้ามาต้อนรับทุกคน ซ้ำยังจัดงานเลี้ยงพวกเขา
เหล่านักเรียนสูญเสียพลังงานไปจำนวนมากหลังวิ่งสุดฝีเท้ามานับพันลี้ บัดนี้ทั้งเหนื่อยและหิว
พวกเขาสวาปามในงานเลี้ยงดุจหมาป่าคล้ายพยัคฆ์ พลังต่อสู้ของหนึ่งคนเทียบเท่าสี่ห้าคน
มันคือหลักการอะไรงั้นหรือ หมายความว่ามันเทียบเท่ากับต้อนรับคนสี่ห้าร้อยชีวิตพร้อมกัน…
“สหายหลิงเซียว นักเรียนพวกนี้ของเจ้าช่างกินเก่งเสียจริง”
เจิ้งเชียนชิวปาดเหงื่อบนหน้าผาก พูดอย่างอึ้งๆ
เซียนกระบี่หลิงเซียวยิ้มบางๆ “วันนี้พวกเขาวิ่งมาพันลี้ กินเยอะหน่อยเป็นเรื่องปกติ”
เจิ้งเชียนชิวตกใจจนปัสสาวะแทบเล็ด นักเรียนเหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ในระดับกายแห่งมรรคไม่ใช