อเซวียนหยวนเฉิงได้ยินประโยคนี้ของอันหลิน ก็มองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ
ไม่นาน ก็แสดงปฏิกิริยาราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ สีหน้าเปลี่ยนไป “หรือว่าเจ้าจะใช้วิธีนั้น…”
“ใช่แล้ว หากว่าเป็นวิธีนั้น ไม่แน่ทุกคนอาจมีโอกาสรอดก็เป็นได้”
“อาจารย์เยว่อิ่งยังสละชีวิตเพื่อพวกเราได้ แล้วไยข้าจะสละชีวิตตัวเองไม่ได้บ้างเล่า”
ไม่รู้เพราะเหตุใด หลังอันหลินพูดคำนี้ออกไป ก็รู้สึกตัวเบาสบาย ไร้ซึ่งแรงกดดันใดอีกต่อไป
ไม่มีโลงเย็นพันธนาการจิตของสำนัก ไม่มียาสรรสร้างชีวิตขั้นสองของฉางเอ๋อ
ครั้งนี้ เขาอาจจะตายจริงๆ ก็ได้…
อันหลินมองสวีเสี่ยวหลานกับเซวียนหยวนเฉิงอย่างอ้อยอิ่ง จากนั้นก็หันมองเซียนพสุธามิ่งหยวนที่กำลังสู้กับผีดูดเลือดสองตนอยู่ไกลๆ
สุดท้าย สายตาของเขาก็หยุดอยู่ที่ร่างที่จวนจะล้มลงไปแล้ว
อันหลินสูดลมหายใจเข้าลึก เดินไปยืนตรงหน้าเซียนพสุธาเยว่อิ่ง
“อันหลิน เจ้าเป็นบ้าอะไร…”
เซียนพสุธาเยว่อิ่งกัดฟันแน่น เมื่อเห็นว่าอันหลินไม่หนี กลับมายืนตรงหน้านางแทน ก็โกรธจนควันออกหู
ร่างกายที่ต้านทานไม่ไหวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เริ่มโอนเอน
แม้แต่ราชินีอ้านเย่กลางอากาศก็ชะงัก เห็นได้ว่าคาดไม่ถึงว่านักพรตกายแห่งมรรคขั้นสิบคนนี้จะทำเช่นนี้
“อาจารย์เยว่อิ่ง ขอบคุณท่านมาก”
อันหลินคิดว่าบางทีนี่อาจเป็นประโยคสุดท้ายในชีวิตเขาแล้ว
พูดจบ เขาก็จ้องไปที่หญิงชุดดำซึ่งยืนตระหง่านกลางอากาศ ชูนิ้วขึ้นแล้วชี้
ดรรชนีวิถีสวรรค์!
ช