ั่ววินาทีนั้น สีหน้าของอ้านเย่เปลี่ยนไป
ราวกับนางได้เห็นกระบวนท่าที่น่ากลัวอย่างยิ่งบางอย่าง ร่างกายถอยหลังกรูด และสร้างกำแพงลูกแก้วทมิฬนับร้อยชั้นในพริบตา เข็มทิศสีทองก็ปรากฏขึ้นบนมือของนางในหนึ่งอึดใจ
สามวินาทีต่อมา…
ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับนิ้วของอันหลิน
หน้าผากของอ้านเย่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ มองนิ้วของนักพรตคนนั้นอย่างหวาดระแวง คิดในใจว่าไยไม่ปล่อยพลังอะไรออกมาเลย
เหงื่อกาฬผุดเต็มหน้าผากของอันหลินเช่นกัน ทั้งๆ ที่เขาใช้ดรรชนีวิถีสวรรค์เช่นครั้งก่อนแท้ๆ แต่ทำไมไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย
หนึ่งนาทีต่อมา…
มือของอันหลินยังอยู่ในท่าเดิม เริ่มปวดเมื่อยบ่าไหล่แล้ว แต่เขาก็ไม่กล้าทำท่าอื่น…
อ้านเย่เองก็ใช้คาถาคุ้มกัน ผลาญพลังของนางไปไม่น้อย แต่นางกลับไม่กล้าวางใจเลยแม้แต่นิด…
นางมีลางสังหรณ์ต่อความตายที่แม่นยำยิ่งนัก เมื่อครู่นี้นางรู้สึกถึงพลังอันน่ากลัวอย่างมหันต์จริงๆ มันเป็นพลังที่นำนางไปสู่ความตายได้!
แม้ว่าตอนนี้อานุภาพเหล่านั้น จะหายไปแล้วก็ตาม
แต่อ้านเย่รู้ดีว่า นักพรตคนนั้นต้องกำลังรอให้นางประมาท จากนั้นค่อยลงมือเป็นแน่…
นางไม่หลงกลหรอก!
พรืด…
เซียนพสุธาเยว่อิ่งกระอักเลือดออกมา สุดท้ายร่างกายก็ต้านทานไม่ไหว ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น
“อาจารย์!”
อันหลินหันมองเซียนพสุธาเยว่อิ่ง รู้ว่านางไม่ไหวแล้ว ก็กระวนกระวายขึ้นมาทันที
ชั่ววินาทีที่อันหลินเหลียวมอง ฝ่ามือขาวสะอาดของอ้านเย่ก็ลองหยั่งเชิงด้วย