รค์ที่อารามเมฆขาว บอกว่าอ้านเย่มาแล้วก็พอ!”
จู่ๆ กระแสจิตของเซียนพสุธาเยว่อิ่ง ก็ดังขึ้นในหัวของอันหลิน สวีเสี่ยวหลานและเซวียนหยวนเฉิง ราวกับสายฟ้าคำราม ทำให้พวกเขาสะดุ้งโหยง
เซวียนหยวนเฉิงตอบสนองฉับไว ไม่พูดพร่ำทำเพลง ขี่กระบี่เหาะไปทางอันหลินทันที
จู่ๆ ก็มีรอยแยกปรากฏขึ้นกลางอากาศ
จากนั้น หญิงที่มีปีกสีดำคนหนึ่งก็เดินออกมาจากรอยแยก ปรากฏตัวกลางเวหา
ในมือของนางมีกระบี่สีดำสนิท แลดูยากแท้หยั่งถึง
ด้านหลังมีเจ้าแห่งผีดูดเลือดผมทองนัยน์ตาสีแดงสองตน กำลังก้มศีรษะลง ยืนอยู่อย่างนอบน้อม
หญิงคนนี้มีสถานะสูงส่งอย่างยิ่ง
นางคือนายหญิงอ้านเย่ผู้มีพลังยุทธ์ระดับหวนสู่ความว่างเปล่า หนึ่งในสิบสองราชาของเผ่าพันธุ์ปีกทมิฬผู้เป็นพันธมิตรกับเผ่าพันธุ์ผีดูดเลือด
“จิตวิญญาณแห่งกระบี่ถูกเปลี่ยนแล้ว หลุดพ้นจากพันธนาการของค่ายกลไตรโลกแล้วโดยสิ้นเชิงจักรพรรดิปีศาจ ในฐานะที่เจ้าเป็นจิตวิญญาณแห่งกระบี่ใหม่ ข้าจะไม่ทำให้เจ้าผิดหวังแน่นอน ตอนนี้ข้าจะให้เจ้าได้ดื่มเลือดของนักพรตให้หนำใจ”
อ้านเย่เบนสายตาไปยังเซวียนหยวนเฉิงที่กำลังขี่กระบี่เหินเวหา กระตุกมุมปากเล็กน้อย
“นักพรตที่มีกลิ่นอายของแดนพิศวง คิดว่าคงจะมาจากสรวงสวรรค์กระมัง สังหารทิ้งจะดีกว่า…”
เมื่ออ้านเย่ดีดนิ้ว หมอกสีดำที่แฝงด้วยพลังอันน่ากลัวก็ลอยไปหาเซวียนหยวนเฉิง
เมื่อเซียนพสุธาเยว่อิ่งเห็นดังนั้นก็หน้าถอดสี เดิมทีนางคิดว่าตนกับเซียนพสุธามิ่งหยวน