เก็บไว้เอง ถ้านายกล้าให้คนอื่นดูละก็ ฉันฆ่านายแน่!”
อันหลินได้ยินปากก็กระตุก แต่กลับพยักหน้าอย่างว่าง่าย
ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่า ทำไมตงฟางเสวี่ยถึงไม่ให้ลายเซ็นแฟนคลับ…
เพราะแบบนี้แฟนคลับหดหายแน่นอน!
เขาจ้องลายเซ็นบนการ์ดแข็ง ตกอยู่ในภวังค์ความคิด
คำว่า ‘ตงฟางเสวี่ย’ ต้องพยายามเพ่งมอง จึงจะเห็นเค้าโครงเพียงน้อยนิด
หากให้การ์ดใบนี้กับคนอื่น ให้ตายก็ไม่มีใครเชื่อว่า นี่เป็นลายเซ็นของตงฟางเสวี่ย
ถ้าอันหลินมอบการ์ดใบนี้ให้ศิษย์พี่…
ศิษย์พี่จะคิดว่าเขาถูกอันหลินปั่นหัวเป็นปัญญาอ่อนหรือเปล่า จะเกิดอารมณ์ชั่ววูบเรียกหินวิญญาณหลายร้อยก้อนกลับไปไหม…
ยิ่งคิดแบบนี้ เขาก็ยิ่งกังวลใจ
ใช่แล้ว เขาอาจจะสงสัยว่าตัวเองได้ลายเซ็นปลอม…
แต่ว่า ไม่นานอันหลินก็ปล่อยวางความคิด
เพราะนี่เป็นลายเซ็นของตงฟางเสวี่ยจริงแท้แน่นอน แถมยังเป็นลายเซ็นแรกเสียด้วย!
“เซียนหญิงจิ้งซิน คุณช่วยเซ็นให้ผมอีกอันได้ไหม”
อันหลินมองตงฟางเสวี่ยแล้วถามด้วยความคาดหวัง
ตงฟางเสวี่ยได้ยินก็ชะงัก “ทำไมล่ะ”
“เพราะว่า…” อันหลินหน้าขึ้นสี “เพราะผมตั้งใจว่าจะพกติดตัวอันหนึ่ง วางไว้ใต้หมอนอันหนึ่ง”
เมื่อเถียนหลิงหลิงได้ยินประโยคนี้ ก็อ้าปากค้าง แสดงอาการมึนงง คิดว่าตัวเองหูฝาดไปหรือเปล่า
คุณพระ…อันหลินจะทำอะไรกัน สนใจเจ้าก้อนนั้นจริงๆ เหรอ!
ตงฟางเสวี่ยได้ฟังก็แน่นิ่งอยู่กับที่
ลายเซ็นของเธอเป็นอย่างไร เธอรู้ตัวเองดี ไม่อย่างนั้นคงไม่มีเรื่อ