เถียนหลิงหลิงขยิบตาให้อันหลิน ราวกับจะบอกว่า ทำได้ดี!
“เฮ้อ ก็ได้ เห็นแก่หลิงหลิง ฉันจะเซ็นให้นายสักครั้ง…”
สุดท้ายตงฟางเสวี่ยก็ถอนหายใจ พูดขึ้นมาช้าๆ
อันหลินกับเถียนหลิงหลิงได้ยินก็ดีใจ รู้แล้วว่าจุดประสงค์ของพวกเขาสำเร็จแล้ว!
“แต่ว่า เรื่องที่ฉันให้ลายเซ็นนาย ห้ามบอกคนอื่นนะ อีกอย่างห้ามให้คนอื่นดูด้วย ต้องเก็บไว้เอง เข้าใจไหม” ตงฟางเสวี่ยทำหน้าเคร่งขรึม พูดอย่างจริงจัง
ถึงอันหลินจะไม่รู้ว่าทำไมตงฟางเสวี่ยถึงมีเงื่อนไขแบบนี้ แต่ศิษย์พี่คนนั้นต้องรับปากแน่นอน ฉะนั้นเขาจึงตกปากรับคำทันที
ตงฟางเสวี่ยจึงหยิบการ์ดแข็งใบหนึ่งออกมา จรดปากกาเขียนชื่อตัวเองลงไปดั่งหงส์ร่อนมังกรรำ
ลื่นไหลไม่สะดุด เสร็จในชั่วอึดใจ!
อันหลินกับเถียนหลิงหลิงมองลายเซ็นของตงฟางเสวี่ยด้วยสีหน้าตะลึงพรึงเพริด
เพลงของตงฟางเสวี่ยไพเพราะ หน้าตาสะสวย ลายมือ…
ทำไมถึงได้น่าเกลียดขนาดนี้ล่ะ!
อันหลินมองก้อนตัวหนังสืออัปลักษณ์บนการ์ดใบนั้น นิ่งเงียบอยู่นาน
มันเป็นอักษรศิลป์งั้นเหรอ
ไม่!
แม้อักษรศิลป์จะอ่านไม่ออก แต่มันมีความงดงามขององศาและโครงสร้าง!
แต่ลายเซ็นอันนี้…
ใช้คำว่าก้อนมานิยามได้เท่านั้น!
เถียนหลิงหลิงก็เพิ่งเคยเห็นตัวหนังสือของตงฟางเสวี่ยครั้งแรก ผ่านไปนานกว่าจะเค้นเสียงออกมาได้ “แหะๆ…ลายเซ็นของพี่ตงฟางมีเอกลักษณ์จังเลย!”
ตงฟางเสวี่ยยื่นลายเซ็นให้อันหลิน เขยิบไปใกล้เขา พ่นลมหายใจ กระซิบข้างหูว่า “ลายเซ็นนี่ต้อง