บางส่วนของราชาปีศาจอำมหิต ทำให้เขาสามารถพูดได้
“เจ้าพวกระยำ บังอาจทำให้ราชาปีศาจปัญญาตาย พวกเจ้าเลวทรามต่ำช้า! พวกเจ้ามันไม่มียางอาย!” เมื่อพันธนาการถูกปลด ราชาปีศาจอำมหิตก็ตะโกนด่าทอนักพรตมนุษย์ทันที
“เอ๊ะ สหายปัญญาถูกพวกแกฆ่าไม่ใช่เหรอ ทำไมมาโทษพวกเราล่ะ” ใบหน้าน่ารักจิ้มลิ้มของเถียนหลิงหลิงเต็มไปด้วยความสงสัย เบะปากอย่างไม่พอใจ
ราชาปีศาจอำมหิตได้ฟัง เลือดลมก็ไหวเวียนติดขัดขึ้นมาโดยพลัน ไฟโทสะสุมทรวง เลือดไหลออกจากมุมปาก…
บัดซบ!
ยามนี้แล้วยังมีหน้าเรียกราชาปีศาจปัญญาว่า ‘สหายปัญญา’ อยู่อีก นักพรตคนนี้ช่างหน้าไม่อายจริงๆ!
“เอาล่ะๆ หยุดต่อปากต่อคำกันได้แล้ว คุยเรื่องสำคัญเถอะ” อันหลินโบกมือ มองราชาปีศาจอำมหิตอย่างเห็นใจ
ทุกคนได้ฟังก็พยักหน้า ตอนนี้ทำความจริงให้กระจ่างต่างหากเป็นเรื่องสำคัญ
นักพรตทั่นอวิ๋นพูดกับราชาปีศาจอำมหิตว่า “ฉันขอถามแก ทำไมแกต้องวางแผนล้อมสังหารนักพรตมนุษย์ระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณด้วย มีเป้าหมายอะไรกันแน่”
ราชาปีศาจอำมหิตแสยะยิ้ม “ต่อให้ข้าต้องตาย ก็ไม่ยอมบอกพวกเจ้าเด็ดขาดว่าเพราะเหตุใด ข้าขอสาปแช่งให้พวกเจ้าติดอยู่ในฝันร้ายตลอดกาล ทนทุกข์ทรมานปานมีดนับพันนับหมื่นกรีดเนื้อ! ขอให้วิญญาณของพวกเจ้าถูกเปลวไฟแผดเผาไปชั่วกัปชั่วกัลป์ ไม่มีวันหลุดพ้น! ขอให้พวกเจ้า…”
ราชาปีศาจอำมหิตสาปแช่งไม่หยุดไม่หย่อน แต่ให้ตายอย่างไรก็ไม่ยอมปริปากบอกเป้าประสงค์ที่แท้จริงของปฏิบัติการ